เกษตรกรสงขลาหันปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ


เกษตรกรสงขลา หันปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ ทางเลือกใหม่สร้างรายได้นอกเหนือจากยางพารา

ที่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ขณะนี้เกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ พืชทางเลือกใหม่นอกเหนือจากการทำสวนยางพารา และเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องการมาก โดยมีตัวอย่างของเกษตรกร 2 ราย ที่หันมาปลูกแล้วประสบความสำเร็จเริ่มเก็บผลผลิตส่งขายได้ รายแรกคือ นายทวีศักดิ์ มณี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 1 ต.โคกม่วง ซึ่งปลูกกล้วยหอมทองในสวนยางพารา จำนวน 5 ไร่ รวม 500 ต้น

ขณะนี้กล้วยทยอยออกเครือพร้อมตัดกว่า 100 ต้น ส่วนอีกแปลงเป็น ของนายภิรมย์ ทองขะโชค อยู่หมู่ที่ 3 ต.คลองหอยโข่ง ปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ดินว่างข้างบ้าน จำนวน 1 ไร่ รวบ 130 ต้น และขณะนี้กล้วยพร้อมตัดแล้วกว่า 80 ต้นเช่นเดียวกัน และเป็นกล้วยเกรดเอทั้งหมดมาตรฐานการส่งออก

ด้าน นายจีระวัฒน์ ภักดี ประธานกลุ่มปลูกกล้วยหอมทอง ต.ปากแตระ อ.ระโนด ซึ่งเป็นกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก กล่าวว่า เกษตรกรทั้งสองรายใน อ.คลองหอยโข่ง ได้เข้าร่วมกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก และเป็นผลผลิตรุ่นแรกของ อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งทางกลุ่มจะรับซื้อในราคาประกันที่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นกิโลกรัมละ 15 บาท และอีกส่วนหนึ่งจะส่งให้กับคณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นำไปทดลองแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และทดลองส่งออกจำหน่ายตามท้องตลาด

นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีแผนการตลาดรองรับผลิตผลิตในอนาคตที่อาจจะออกมามากโดยตั้งโรงงานแปรรูปกล้วยหอมทองโดยได้รับประมาณจากทางจังหวัดมาดำเนินการ ซึ่งจะมีการแปรเป็นกล้วยฉาบ กล้วยเค็ม กล้วยอบเนย และทำกล้วยจืด สามารถเก็บได้ตั้ง 6 เดือน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในช่วงที่ราคากล้วยหอมทองตกต่ำอีกด้วย

9 เทคนิค ช่วยให้นอนหลับเพียงพอ ลดเสี่ยงโรค


นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก ได้กำหนดให้วันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 2 เต็มสัปดาห์ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 17 มีนาคม 2560 และกำหนดคำขวัญ หลับสนิท ชีวิตมีสุข (Good Sleep is Reachable Dream) กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงการนอนหลับและสุขอนามัยการนอนที่ดี

เนื่องจากการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อน ระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด ไม่ต้องออกแรงมากเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่เกิดการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ปรับสมดุลของสารเคมีต่างๆ ตลอดจนเป็นระยะที่สมองทำการเรียบเรียงข้อมูล และจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ทำให้สมองเกิดการจดจำและมีพัฒนาการ หากนอนหลับไม่เพียงพอก็จะก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท การคิด ความจำ รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และอาจสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานด้วย

เทคนิคที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นนั้น ได้แก่

1) ออกกำลังกายช่วงเย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน

2) กินกล้วยหอม เพราะผิวของกล้วยหอมมีฤทธิ์เหมือนยานอนหลับ และมีอะมิโนแอซิดที่เรียกว่า ทริปโตฟาน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน เมื่อกินแล้วจะช่วยคลายเครียด คลายกังวล ทำให้หลับสบาย

3) หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด หรืออาหารหวานมาก ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร

4) หลีกเลี่ยงกาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นประสาททุกชนิด 4-6 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน

5) ผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจก่อนนอนด้วยการอาบน้ำอุ่น เดินเบาๆ ไปมา หรือการนั่งสมาธิ และไม่ควรทำกิจกรรมที่กระตุ้นร่างกายและสมองไปจนถึงเวลาเข้านอน

6) จัดระเบียบห้องนอนและกำจัดสิ่งรบกวนด้วยการปิดไฟและอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ก่อนนอน แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศทำให้หลับสบายขึ้น

7) เลี่ยงการสูบบุหรี่เพราะจะทำให้หลับยาก ตื่นบ่อย และฝันร้าย เนื่องจากผลของสารนิโคติน

8) เข้านอนให้เป็นเวลา ไม่ควรนอนดึกมาก ควรเข้านอนเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น. และปฏิบัติให้เป็นประจำ รวมถึงตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน รวมทั้งช่วงวันหยุดด้วย

9) เข้านอนเมื่อร่างกายพร้อมที่จะนอน คือเมื่อรู้สึกง่วง และไม่ได้อยู่ในภาวะตึงเครียด อย่าพยายามฝืนนอน หากไม่ง่วง

ทั้งนี้ การนอนหลับที่เพียงพอสำหรับวัยแรกเกิด (แรกคลอด – 3 เดือน) ควรนอน 14-17 ชั่วโมง วัยทารก (4 เดือน – 1 ปี) ควรนอน 12-15 ชั่วโมง วัยเตาะแตะ (1-2 ปี) ควรนอน 11-14 ชั่วโมง วัยก่อนเข้าเรียน (3-5 ปี) ควรนอน 10-13 ชั่วโมง วัยเข้าโรงเรียน (6-13 ปี) ควรนอน 9-11 ชั่วโมง วัยรุ่น (14- 17 ปี) ควรนอน 8-10 ชั่วโมง วัยผู้ใหญ่ (18-64 ปี) ควรนอน 7-9 ชั่วโมง และวัยผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ควรนอน 7 – 8 ชั่วโมง

7 ความเข้าใจผิดเรื่องการใช้ “เขียง” ที่เรายังคงทำกันอยู่


เขียงเป็นอุปกรณ์สำคัญประจำครัวที่ขาดไม่ได้เลย แต่หลายครั้งเราก็มองข้ามความสำคัญของ “เขียง” เพียงเพราะมันก็เป็นแค่ของที่ใช้หั่นผัก หั่นเนื้อ ฯลฯ เท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่าแม้เขียงมักจะถูกมองข้าม แต่เขียงกลับมาสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ทั้งเรื่องการใช้งานและการดูแลรักษา มาดูกันดีกว่าว่าที่ถูกต้องแล้ว เราควรใช้และเก็บรักษาเขียงอย่างไรถึงจะถูกต้อง

1.ควรมีเขียง 2 อันในครัว เพื่อแยกประเภทของสิ่งที่หั่น เช่นเขียงหนึ่งอันสำหรับหั่นเนื้อสัตว์ เขียงอีกอันสำหรับหั่นผัก โดยคุณอาจทำสัญลักษณ์ประจำเขียงเอาไว้

2.วางเขียงให้ตรงและรู้สึกมั่นคง การหั่นหรือสับสิ่งของต่างๆ บนเขียงควรหั่นหรือสับเมื่อเขียงตั้งตรงเท่านั้น เพราะหากเขียงเอียงอาจไม่เป็นผลดีต่อการสับหรือหั่น

3.อย่ามองข้ามเรื่องขนาดของเขียง การเลือกเขียงอาจต้องคำนึงถึงขนาดของมีดที่เรามีอยู่ รวมถึงการใช้งานเขียงอันนั้นๆ ว่าเขียงอันนั้นจะใช้หั่นอะไร

4.ควรล้างเขียงด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่ เพราะหากเขียงโดนความร้อนและน้ำนานๆ อาจทำให้เขียงผิดรูป

5.ทำความสะอาดเขียงให้ถูกวิธีด้วยขี้ผึ้ง หลังการทำความสะอาดเขียงด้วยการล้าง ควรทาน้ำมันหรือขี้ผึ้ง เพื่อไม่ให้เขียงดูดซับน้ำ

6.ควรเปลี่ยนเขียงเมื่อเขียงมีรอยบุ๋ม หรือสึกหรอ เพราะร่องรอยเหล่านั้นจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย

7.วัสดุทำเขียงบางชนิดทำให้มีดหมดความคมลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกเขียงควรพิจารณาวัสดุด้วย

5 ข้อควรรู้ ก่อนใช้ยา “มหาหิงค์”


บ้านไหนที่ชอบยาไทยๆ โบราณๆ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ต้องรู้จักยา “มหาหิงค์” แน่นอน เพราะมีสรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เพียงแค่ทาที่หน้าท้องของเด็กเล็กเท่านั้น

มหาหิงค์ เป็นยางที่ได้จากต้นไม้ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักชี ผักชีลาว มีต้นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียกลาง ปัจจุบันมหาหิงค์จะมีปลูกอยู่ในประเทศอิหร่านและอัฟกานิสถานเท่านั้น และถูกส่งออกไปขายทั่วโลก ส่วนที่นิยมนำมาใช้เป็นยา หรืออาหารคือส่วนของลำต้นใต้ดิน

มหาหิงค์ถูกนำมาใช้เป็นยาช่วยย่อย ในบางประเทศหมอพื้นบ้านนำมหาหิงค์มาทำเป็นยาแก้พิษ ถอนพิษของฝิ่น และยังมีงานวิจัยว่าสามารถนำมหาหิงค์มารักษาโรคมะเร็ง รักษาภาวะต่างๆ ของสตรี ใช้คุมกำเนิดในสตรี รักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือดและหลอดเลือด และเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอีกด้วย แต่ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ทาท้องเด็กแก้ท้องอืดท้องเฟ้อมากกว่า เพราะสำหรับอาการอื่นๆ ผลงานวิจัยยังไม่แน่ชัดนัก

ยามหาหิงค์อยู่กับคนไทยมานาน และใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่หากใช้ยามหาหิงค์ไม่ถูกวิธี อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ใช้มหาหิงค์อย่างไรให้ถูกวิธี มาดูกันค่ะ

1.อย่าทาน หรือผสมน้ำทาน เพราะมหาหิงค์มีแอลกอฮอล์ ไม่ดีต่อร่างกายของเด็กเล็ก

2.อย่าให้มหาหิงค์เข้าตา บริเวณเนื้อเยื่ออ่อน แผล หรือรอยถลอกของเด็ก

3.หมั่นดูวันหมดอายุที่ข้างบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้เสมอ

4.เก็บไว้ให้ไกลมือเด็ก และอย่าวางรวมกับยาทั่วไป

5.ทามหาหิงค์ให้ห้องที่อากาศถ่ายเทดี

ง่ายๆ แค่นี้ก็ใช้ยามหาหิงค์ได้อย่างปลอดภัยแล้วค่ะ แต่ถ้าใช้มหาหิงค์แล้วอาการท้องอืดท้องเฟ้อยังไม่ดีขึ้น ไปพบแพทย์น่าจะดีกว่าค่ะ

น้ำปลาไทยปลอด “โบทูลินัม” ปนเปื้อน


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจเชื้อแบคทีเรียและสารพิษ “โบทูลินัม” ในน้ำปลาไทย จำนวน 48 ตัวอย่าง ทั้งน้ำปลาแท้และน้ำปลาผสม ระบุไม่พบทั้งหมด เร่งส่งข้อมูลหน่วยงานการค้าไทย หลังน้ำปลาไทยห้ามส่งขายสหรัฐฯ เหตุไม่เคยมีข้อมูลการตรวจมาก่อน

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า หลังจากสหรัฐอเมริกาห้ามนำเข้าน้ำปลาจากประเทศไทย เมื่อปี 2557 เนื่องจากไม่มีข้อมูลการตรวจสารพิษโบทูลินัมในน้ำปลาที่ผลิตในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อมูลค่าและสัดส่วนการตลาดของน้ำปลาไทยในสหรัฐอเมริกาอย่างมาก และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอาหารไทย เนื่องจากสารพิษโบทูลินัม และเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม เป็นอันตรายร้ายแรงกับมนุษย์ มีโอกาสปนเปื้อนในอาหารหากกระบวนการผลิตไม่ดี

จากปัญหาดังกล่าว กรมฯ โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร จึงได้สำรวจการปนเปื้อนสารพิษโบทูลินัม และเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม ในตัวอย่างน้ำปลาที่หน่วยงานต่างๆ และเอกชนนำส่งมาตรวจวิเคราะห์ และตัวอย่างน้ำปลาที่จำหน่ายในตลาดทั่วไปจำนวนรวม 48 ตัวอย่าง แยกเป็นน้ำปลาแท้ 28 ตัวอย่าง 21 เครื่องหมายการค้า จาก 18 แหล่งผลิตใน 12 จังหวัด และน้ำปลาผสม 20 ตัวอย่าง 18 เครื่องหมายการค้า จาก 14 แหล่งผลิต ใน 9 จังหวัด

นพ.สุขุม กล่าวว่า การตรวจวิเคราะห์ ได้ทำการตรวจหาสารพิษโบทูลินัม ชนิด A, B, E และ F ใช้วิธี ELISA (Tetracore®, USA) และตรวจหาเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม โดยวิธีเพาะเชื้อ (US FDA BAM 2001, Chapter 17) ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์ ไม่พบทั้งสารพิษโบทูลินัมและเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม

ในน้ำปลาทุกตัวอย่าง ซึ่งข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าน้ำปลาไทยปลอดจากสารพิษโบทูลินัม และเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม และจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนให้น้ำปลาไทยสามารถรักษาและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกาไว้ได้ ซึ่งกรมฯ ได้ส่งมอบข้อมูลนี้ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

“เชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม พบได้ในดินและน้ำ ไม่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต สามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อน ทำให้สปอร์ยังคงหลงเหลืออยู่หากการผลิตอาหารแปรรูปมีกระบวนการผลิตไม่ผ่านความร้อนหรือให้ความร้อนไม่เหมาะสม และหากอาหารนั้นอยู่ในภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญของเชื้อ เช่น ไม่มีออกซิเจน มีค่าความเป็นกรด-ด่างสูงกว่า 4.6 มีส่วนผสมของเกลือแกงไม่เกิน 5-10% เก็บรักษาในอุณหภูมิปกติและไม่เกิน 45-50 องศาเซลเซียส สปอร์จะเจริญเป็นตัวเชื้อ เพิ่มจำนวน และสร้างสารพิษโบทูลินัมในอาหารนั้นๆได้” อธิบดีกรมวิทย์ กล่าว

นพ.สุขุม กล่าวว่า สารพิษชนิดนี้มีฤทธิ์ร้ายแรง หากร่างกายได้รับเพียง 0.5 ไมโครกรัม สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ที่บริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษนี้จะมีอาการมองเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นอัมพาต หายใจขัด และเสียชีวิตเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว ปัจจุบันพบสารพิษโบทูลินัม 8 ชนิด คือ A, B, C1, C2, D, E, F และ G ชนิดที่มักพบก่อโรคในคน ได้แก่ ชนิด A, B, E และ F ส่วนชนิด C, D และ E ก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ สัตว์ปีกและปลา

10 ประโยชน์ดีๆ ของ “มะระ” ขมแต่ดีจริง


แฟนเพลงของ พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย ทราบกันดีว่าพี่เบิร์ดชอบดื่มน้ำมะระขี้นกปั่นทุกเช้า นี่อาจจะเป็นเคล็ดลับของความหน้าเด็ก และแข็งแรงของพี่เค้าก็อาจจะเป็นได้ (ดูสิ คนทั้งประเทศยังเรียกเขาว่าพี่อยู่เลย) แต่จริงๆ แล้วมะระไม่ได้มีประโยชน์แค่นั้นนะ อยากชวนทุกคนมาทานมะระกันเยอะๆ จะได้สุขภาพแข็งแรงตามประโยชน์ 10 ข้อนี้เลย!

10 ประโยชน์ดีๆ ของ “มะระ” ขมแต่ดีจริง

1. ช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคเบาหวาน ก็เพราะมะระขมไง ก็ไม่หวาน ก็เลยไม่เป็นเบาหวาน ง่ายๆ เลยเนอะ แถมยังช่วยเสริมการหลั่งอินซูลินในตับอ่อน เพื่อลดการสร้างน้ำตาลจากตับอีกด้วย

2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าลดโอกาสในการเกิดมะเร็ง และผิวพรรณผ่องใส ไม่เหี่ยวย่นง่าย

3. ช่วยรักษาโรคตับได้ ตามตำรับยาไทย

4. เห็นขมๆ แบบนี้ แต่ทานแล้วช่วยเจริญอาหารนะ

5. ช่วยขับพยาธิ

6. คั้นดื่มสด เป็นยาระบายอ่อนๆ ได้

7. แก้อาการข้อเข่าเสื่อม บำรุงข้อ

8. ช่วยฟอกเลือด รักษาโรคที่เกี่ยวกับตับ

9. ช่วยย่อยอาหาร

10. เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

เคล็ดลับในการปรุงมะระไม่ให้ขม

ต้มมะระในน้ำเดือดจัดที่ใส่เกลือเล็กน้อย หรือจะทานโดยราดน้ำกะทิลงไปนิดหน่อย ทานกับน้ำพริก หากต้มมะระยัดไส้ก็ควรต้มนานๆ เพื่อลดความขมลง หรือปรุงรสเผ็ดแทน เช่น เมนูพะแนงมะระ เป็นต้น

อันโตนิโอ คอนเต้ โวยแหลก แมนยู เอาแต่ไล่เตะ เอแด็ง อาซาร์

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหญ่เชลซี ทนไม่ไหวต้องออกมาโวยสักหน่อย หลังต้องทนเห็น เอแด็ง อาซาร์ ถูกผู้เล่นแมนยูไล่เตะอยู่ฝ่ายเดียวจนแทบไม่ได้เล่นฟุตบอลเลย

เอแด็ง อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเทพของ เชลซี โชว์ฟอร์มการเล่นกับ แมนยู ได้อย่างสุดแข็งแกร่งเลยทีเดียว ทว่าเจ้าตัวก็ต้องแลกมาด้วยการโดนไล่เตะตลอดทั้งเกม ซึ่งทาง อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้เป็นกุนซือถึงกับต้องออกมาโวยว่าลูกทีมของเขานั้นถูกไล่เตะไล่เหยียบจนแทบไม่ได้เล่นฟุตบอล

อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าวว่า “ทีมของผมเรามุ่งมั่นจะเล่นฟุตบอล เช่นเดียวกันลูกทีมของผมทุกคนก็ต้องการเล่นฟุตบอล เพราะว่าเราตั้งมาลงแข่งขัน ไม่ได้ตั้งใจจะมาไล่เตะใครเป็นพิเศษ”

“แน่นอนว่า อาซาร์ เขาเจ๋งมาก ๆ เขาลงเล่นได้อย่างวิเศษ เขาโชว์ฟอร์มได้ดีมาก และเขาก็แข็งแกร่งมากอีกด้วย แต่นี่อะไรเขาต้องแลกมาด้วยการถูกไล่เตะตลอดทั้งเกมงั้นเหรอ ? แล้วมีใครบ้างที่ปกป้องเขาได้ เขาต้องหกลุกคลุกคลานตั้งไม่รู้กี่รอบ”

“แล้วยิ่งช่วง 25 นาทีแรกของเกมนะ ผมบอกได้เลยว่า อาซาร์ แทบไม่ได้เล่นฟุตบอลเลย เพราะว่าเขาถูกตามเตะตลอดเวลา เขาแค่ต้องการเล่นฟุตบอลให้ดี ไม่ใช่ต้องมาคอยหลบพวกที่จ้องแต่จะเตะเขาท่าเดียว”

ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ โกนหัวโชว์หลังแพ้เดิมพัน ซูเปอร์โบวล์

ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ กองหน้าตัวเก่ง เลเวอร์คูเซ่น สโมสรชื่อดังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี โกนหัวโชว์หลังแพ้เดิมพัน “ซูเปอร์โบวล์”

ชิชาริโต้ ได้เดิมพันกับ เซร์คิโอ ดิปป์ ผู้สื่อข่าวชื่อดังแห่ง “อีเอสพีเอ็น” ไว้ว่าใครจะเป็นแชมป์ อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2016-17 ระหว่าง นิวอิงแลนด์ แพ็ตทริออตส์ หรือ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งใครแพ้จต้องโดนลงโทษด้วยการโกนศรีษะโดยทาง ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโก ได้เดิมพันฝั่ง แอตแลนตา ฟอลคอนส์

ผลปรากฏว่า นิวอิงแลนด์ แพ็ตทริออตส์ คว้าแชมป์ “ซูเปอร์โบวล์” สมัยที่ 5 ไปไครองได้อย่างเหลือเชื่อ หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง แอตแลนตา ฟอลคอนส์ 0-21 และ 3-28 หรือตามหลังอยู่ถึง 25 คะแนน แต่สุดท้ายกลับมาเป็นฝ่ายชนะ 34-28 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ล่าสุด ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ จึงทำตามสัญญาจัดการโกนศรีษะจนหมดเกลี้ยง พร้อมลงคลิปผ่านอินสตาแกรม ส่วนตัวพร้อมกับแท็กชื่อ เซร์คิโอ ดิปป์ เพื่อเป็นหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กฟผ.คาดพีคสูงสุดในเดือนพ.ค.ทะลุ30,000MW

กฟผ. คาดยอดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเดือน พ.ค. ทะลุ 30,000 MW มั่นใจโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาแล้วเสร็จตามกำหนด ปี 64

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เปิดเผยว่า สำหรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค ในปีนี้จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งคาดว่าพีคจะสูงกว่า 30,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.6 ที่อยู่ที่ 29,619 เมกะวัตต์ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศเติบโตเพิ่มขึ้นประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดช่วงฤดูร้อนโดยความต้องการใช้ไฟฟ้าในข่วงฤดูร้อนจะเริ่มในเดือนมีนาคม และเมษายนจะมีความต้องการใช้ไฟประมาณ 29,000 เมกะวัตต์ ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.

นอกจากนี้ นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา มั่นใจว่าจะยังคงแล้วเสร็จตามกำหนดเดิมในปี 2564 โดยขณะนี้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบรายงาน EIA และ EHIA ของโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ และแม้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่กระทรวงพลังงานตั้งเป้าให้เป็น 1 ใน 2 โรงไฟฟ้าพลังงานหลักที่จ่ายไฟฟ้าป้อนความต้องการใช้ในพื้นที่ภาคใต้ จะต้องชะลอการก่อสร้างออกไปอย่างน้อย 2 ปี เพื่อจัดทำรายงาน EIA และ EHIA ใหม่ทั้งหมด แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับในภาคใต้ เนื่องจาก กฟผ. เตรียมจัดสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปยังภาคใต้เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการส่งกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 750 เมกะวัตต์

แอร์พอร์ตลิงก์แจงเหตุขัดข้อง13มี.ค.


แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ชี้แจงเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องชั่วคราวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มีนาคม 2560 ระหว่างสถานีมักกะสัน และสถานีรามคำแหง

นายวิสุทธิ์ จันมณี รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ขอชี้แจงกรณีรถไฟฟ้า City05 ที่กำลังให้บริการในเส้นทางพญาไทมุ่งหน้าสุวรรณภูมิ ขัดข้องชั่วคราวบริเวณระหว่างสถานีมักกะสัน และสถานีรามคำแหง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มีนาคม 2560 จนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตารางเดินรถ และผู้โดยสาร จากปัญหาไฟฟ้าขับเคลื่อนแรงสูง 25 KV (25,000 โวลต์) ลัดวงจร โดยมีสาเหตุมาจากนกพิราบขนาดใหญ่บินชนแปรงถ่านรับกระแสไฟฟ้า เป็นผลให้ชุดแหนบรับไฟฟ้า ของขบวนรถไฟฟ้าที่อยู่บนหลังคาทำการป้องกันตัวเองด้วยการลดระดับลงอัตโนมัติ ทำให้ระบบขับเคลื่อน ระบบปรับอากาศ ของรถไฟฟ้าไม่ทำงาน ซึ่งบริษัทฯได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่อยู่ภายในขบวนรถไฟฟ้าที่ขัดข้องอย่างเร่งด่วนตามขั้นตอนการปฏิบัติ โดยนำขบวนรถไฟช่วยเหลือมาจอดเทียบเพื่ออพยพผู้โดยสาร ไปยังสถานีรามคำแหง

ทั้งนี้ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์บริษัทฯได้เร่งหามาตรการป้องกัน และแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวโดยทางเทคนิคบริษัทฯได้ปรึกษากับบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้า ในการหามาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเดินรถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สุดวิสัย ที่สงผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้าเหนือหัว ส่วนทางการปฏิบัติ จะเน้นย้ำให้มีการฝึกฝนพนักงานอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สามารถควบคุม และคลี่คลายสถานการณ์เคลื่อนย้ายผู้โดยสารไปได้ตามขั้นตอน และมีความปลอดภัย