รานิเอรี่ ภูมิใจพา เลสเตอร์ เล่นรอบ 16 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก

เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือใหญ่ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกอาการปลื้มใจสุด ๆ หลังพาทีมไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ คลับ บรูช 2-1 ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” คว้าแชมป์กลุ่ม จี ด้วยผลงานชนะ 4 เสมอ 1 เก็บไป 13 แต้มจาก 5 เกม พร้อมกับสร้างสถิติเป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ตั้งแต่ลงเล่นในเวทียุโรปหนแรกอีกด้วย

เคลาดิโอ รานิเอรี่ กล่าวว่า “มันเหลือเชื่อมาก เราคว้าแชมป์กลุ่ม ผมมีความสุขมาก และภูมิใจในตัวลูกทีมทุกคนผมมีความสุขไปกับประธานสโมสรรวมไปถึงแฟนบอลทุกคนกับการเดินทางครั้งนี้ของเรา มันน่าทึ่งมาก”

“มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราคว้าแชมป์กลุ่มได้ แต่ต่อจากนี้เราต้องไปเน้นกันที่ พรีเมียร์ลีก ผมต้องกระตุ้นผู้เล่นของผมให้ตั้งใจกับ พรีเมียร์ลีก ด้วย และไม่ว่าทีมใดก็ตามที่เราต้องเล่นด้วยในรอบต่อไปต้องเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้เราต้องกลับไป และเล่นให้เหมือนกับที่เราทำใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เราต้องแสดงให้เห็นว่าเราทำได้”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ก่อนนัดชิง ยูโร ผมตื่นมาพร้อมกับสาวผมบลอนด์ 3 คน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ เรอัล มาดริด ออกมาเปิดเผยว่าตนตื่นมาพร้อมกับสาวผมบลอนด์ 3 คนในวันที่ต้องเตรียมนำ ทีมชาติโปรตุเกส ลงเล่นเกมนัดชิงชนะเลิศกับ ฝรั่งเศส ในศึก ยูโร 2016

โปรตุเกส สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูโร 2016 ไปครองด้วยการเอาชนะเจ้าภาพ ฝรั่งเศส 1-0 ซึ่งเกมดังกล่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นกัปตันทีม “ฝอยทอง” ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครั้งแรกเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็สมหวังได้ชูถ้วยแชมป์แรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ

โดยล่าสุด “ซีอาร์7” หวนรำลึกถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนลงเล่นในเกมที่สำคัญที่สุดในชีวิตแบบติดตลกว่า “เมื่อผมตื่นขึ้นมาในวันที่ต้องลงเล่นเกมนัดชิงชนะเลิศ ผมพบว่าผมอยู่กับสาวผมบลอนด์ 3 คนบนเตียง”

“แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ ผมตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักดีว่านี่มันเป็นวันที่พิเศษสุด เราจะต้องลงเล่นในเกมชิงชนะเลิศ ยูโร กับเจ้าภาพ ฝรั่งเศส แต่ผมก็นอนเต็มอิ่มครบ 8 ชั่วโมงนะ”

โค้ชฟิลิปปินส์ ลั่นไม่สนฟีฟ่าแรงกิ้งขอชนะ ทีมชาติไทย เพื่อเข้ารอบอย่างเดียว

โธมัส ดูลีย์ กุนซือใหญ่ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ยืนยันไม่สนใจอันดับโลกฟีฟ่าแรงกิ้ง ขอเดินหน้าเอาชนะ ทีมชาติไทย เพื่อโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2016 เท่านั้น

สถานการณ์ของเจ้าภาพร่วมอย่าง ฟิลิปปินส์ นั้นไม่สู้่ดีนัก เมื่อพวกเขาเก็บได้เพียง 2 คะแนนจากการเสมอ 2 รวด ดังนั้นในการพบกับ ทีมชาติไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ พวกเขาจะต้องเอาชนะทัพ “ช้างศึก” ให้ได้เพื่อโอกาสเข้ารอบ

ซึ่งทางด้าน โธมัส ดูลีย์ นายใหญ่ฟิลิปปินส์ กล่าว่า “พวกเรารอคอยเกมที่พบกับ ทีมชาติไทย เหมือนกับเราเฝ้ามองดูพัฒนาการของพวกเขามาโดยตลอด เรายังมีโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบรอง เราต้องเอาชนะในวันพรุ่งนี้ให้ได้”

“ผมไม่ได้สนใจเรื่อ งฟีฟ่า แรงกิ้ง (ฟิลิปปินส์เป็นอันดับ 1 อาเซียน) ผมสนใจแค่ชัยชนะเท่านั้น นี่คืออาจเป็นเกมสุดท้ายของพวกเรา ดังนั้นมันจึงเป็นแมตช์ที่สำคัญสุด นักเตะก็อาจจะมีความกดดันบ้าง การที่ต้องชนะสถานเดียวเพื่อผ่านเข้ารอบ คือแรงกระตุ้นชั้นดี”

“ในเกมฟุตบอลคุณไม่มีทางรู้หรอก บางครั้งทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว อาจจะเล่นด้วยความไม่กดดันและทำได้ดีสิ่งสำคัญคุณต้องเตรียมพร้อมทีมคุณเองให้อยู่ฟอร์มที่ดีที่สุด เพื่อเอาชนะทีมอย่าง ไทย ให้ได้”

ตะลึง! บอร์ดอสมท.ยุบ บ. ซี้ดเอ็มคอด เหตุรายได้ทรุดต่อเนื่อง


บอร์ด อสมท แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ยุบบริษัท ซี้ดเอ็มคอท ผลจากรายได้ทรุดต่อเนื่อง เตรียมนำคลื่น FM 97.5 MHz มาบริหารจัดการใหม่

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เผยแพร่หนังสือเพื่อขอแจ้งเลิกกิจ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัดและปรับรูปแบบการบริหารจัดการคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz

โดยได้มีการชี้แจงเหตุผลในการยุบกิจการ บริษัทดังกล่าว เนื่องจาก ด้วยคณะกรรมการ บมจ. อสมท ในการประชุมครั้งที่ 16/2559 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารอำนวยการ 1 บมจ. อสมท เลขที่ 63/1 ถ.พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ได้มีมติ

เห็นชอบการเลิกกิจการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ. อสมท ถือหุ้นร้อยละ 49 โดยประกอบธุรกิจในการบริหารจัดการวิทยุ FM 97.5 MHz การผลิตรายการโทรทัศน์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจจากการลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แตกต่างจากสถานีวิทยุที่ บมจ. อสมท ดำเนินการเองที่ยังคงสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

บมจ. อสมท จึงพิจารณาเห็นว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินกิจการต่อไปได้โดย บมจ. อสมท จะนำคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz มาบริหารจัดการและปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ฟังที่เปลี่ยนไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายใต้การบริหารงานของบมจ.อสมท เอง ทั้งนี้จะได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีบริษัทให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

โดยหนังสือดังกล่าว มีนางสาวธนพร ทวีพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเลขานุการบริษัท เลขานุการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ เป็นผู้ลงนาม

อะฟลาทอกซิน สาเหตุมะเร็งตับ ไม่ได้มีแค่ในถั่ว

หลายคนน่าจะทราบกันว่า เชื้อราที่มีชื่อว่า “อะฟลาทอกซิน” พบมากในถั่วลิสง เมื่อมีการเก็บถั่วลิสงเอาไว้ในภาชนะ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็จะเป็นเหตุให้ถั่วขึ้นรา โดยที่เราอาจมองไม่เห็น แต่เมื่อเราทำมาปรุงอาหารโดยทีผ่านความร้อนไม่เพียงพอ ก็อาจเป็นสาเหตุของโรคตับ และมะเร็งตับในเวลาต่อมาได้

แต่ใช่ว่าอะฟลาทอกซินอันแสนอันตรายนี้จะอยู่ในถั่วอย่างเดียว ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ต้องเก็บรักษาอย่างระมัดระวัง ก่อนนำมาปรุงอาหาร

อะฟลาทอกซิน พบได้ในอาหารชนิดใดบ้าง?

อะฟลาทอกซิน สามารถพบได้ในถั่วแห้ง ธัญพืช และเมล็ดพืชน้ำมันต่างๆ เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มะพร้าว สมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ที่เก็บรักษาไว้ในภาชนะ หรือสภาพแวดล้อมที่ชื้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากการเกษรตร เช่น มันสำปะหลัง และพืชที่อยู่ในดิน รวมไปถึงพืชที่ถูกนำไปแปรรูปทุกชนิด อาจพบเชื้อราอะฟลาทอกซินปนเปื้อนอยู่ได้เช่นกัน เพราะเชื้อราชนิดนี้ทนต่อทุกกระบวนการในการผลิต เก็บเกี่ยว เก็บรักา ไปจนถึงการขนส่งได้


วิธีกำจัดอะฟลาทอกซินในอาหาร

ไม่ว่าเราจะนำไปผ่านความร้อนด้วยตัวเองอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ก็ไม่สามารถกำจัดอะฟลาทอกซินได้ เพราะอะฟลาทอกซินสามารถทนความร้อนได้มากถึง 260 องศาเซลเซียส อะฟลาทอกซินสลายตัวได้เมื่อผ่านความร้อนจากแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หรือจะเป็นวิธีทางเคมีที่ใช้กรดแก่ หรือด่างแก่ แต่ก็ยังไม่มีวิธีไหนที่จะสามารถกำจัดอะฟลาทอกซิน ดังนั้นการเลือกทานอาหารที่มีความเสี่ยงในการพบอะฟลาทอกซินน้อยจะดีที่สุด

วิธีเก็บอาหาร ไม่ให้มีอะฟลาทอกซิน

อะฟลาทอกซินก็คือเชื้อรา ดังนั้นการเก็บอาหารแห้งให้อยู่ในสภาพเดิม ปิดภาชนะให้สนิท เก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเท นำมาตากแดดให้แห้งบ้างเป็นบางครั้ง ลดความชื้นจากภาชนะที่เก็บอาหารให้มากที่สุด และเลือกซื้ออาหารจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารปนเปื้อนอะฟลาทอกซินได้ดีที่สุด

เก่งเกินอ่ะดิ ?? โรนัลโด้แฉโดนกรีซมันน์บอกว่าเกลียดใส่หน้า

“CR7” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปตาร์เรอัล มาดริด ได้กล่าวผ่านนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ว่าตนเองเคยถูก อ็องตวน กรีซมันน์ เดินมาหาถึงโต๊ะอาหารก่อนจะบอกว่า ฉันเกลียดนาย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ เรอัล มาดริด เอาชนะ แอต.มาดริด ไปได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้ยิงลูกจุดโทษคนสุดท้าย และยิงเข้าประตูไปทำให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ไปครองหลังในเวลาเสมอกัน 1-1

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เผยว่า “มันเป็นช่วงพักผ่อนหลังจบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ผมไปพักผ่อนที่ไมอามี่ และเราบังเอิญได้เจอกับ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเขามากับคู่หมั้นของเขา และจู่ ๆ เขาก็เดินมาหาผมที่โต๊ะนะ แล้วเขาก็ยิ้ม ๆ ก่อนจะบอกว่า โรนัลโด้ฉันเกลียดนาย แล้วเขาก็เดินจากไป”

ทั้งนี้ สาเหตุที่ อ็องตวน กรีซมันน์ เดินมาบอกว่าเกลียดน่าจะเป็นเพราะว่าโรนัลโด้ดันยิงลูกโทษลูกสุดท้ายเข้าประตูไปเลยทำให้ทีมตราหมีไม่ได้ลุ้นต่อในการยิงลูกโทษชี้ขาด และคงเป็นการแซวกันขำ ๆ เท่านั้นระหว่างผู้เล่น

ศราวุฒิ มาสุข ปลื้มสวมบทฮีโร่โขกชัยให้ ทัพช้างศึก


ศราวุฒิ มาสุข แนวรุก ทีมชาติไทย ออกอาการดีใจสุด ๆ หลังสวมบทซูเปอร์ซับโขกประตูชัยช่วยให้ทัพ “ช้างศึก” เฉือนชนะ สิงคโปร์ พร้อมกับผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้สำเร็จ

ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ ที่มาตั้งรับกันทั้งทีมไปได้แบบหืดขึ้นคอ 1-0 โดยได้ประตูจาก ศราวุฒิ มาสุข ที่ลงมาเป็นตัวสองรองโขกประตูชัยในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ทัพ “ช้างศึก” การันตีเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้วด้วยชัยชนะสองเกมติดเก็บ 6 คะแนนเต็ม

โดยหลังจบเกมแข้งวัย 26 ปี ก็ออกมาเปิดใจว่า “รู้สึกดีใจมากครับที่เรามาได้ประตูในช่วงสำคัญของเกมด้วย ทำให้เราได้ 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบต่อไปของเราด้วยครับ วันรู้สึกดีใจที่วันนี้พี่โก้ให้โอกาสลงสนาม ผมเองก็มีความกระหาย และสามารถทำได้ เกมต่อไปเราก็จะเล่นกันอย่างเต็มที่เพราะเราอยากได้ 9 คะแนนเต็ม”

“ทุกคนในทีมสำคัญหมดครับ แต่ผมเองก็อยากได้รับโอกาสที่จะลงไปเล่น และอยากทำผลงานให้ดีที่สุด พอลงไปแล้วเราทำได้ทุกอย่างดีผมก็ดีใจ ส่วนจังหวะที่ทำประตูได้ตอนนั้นก็ดีใจครับเพราะเรานำในช่วงเวลาที่สำคัญและสามารถคว้า 3 คะแนนเต็ม ตอนนั้นดีใจสุด ๆ แต่เราก็ยังดีใจที่สุดไม่ได้เพราะเรายังไปไม่ถึงแชมป์”

สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง


หลายต่อหลายครั้งที่เห็นคนไข้แล้วเศร้าใจ เพราะเหตุที่คุณผู้หญิงทั้งหลายหันไปรักษามะเร็งด้วยสมุนไพร มาเจอคนไข้อีกทีก็เข้าขั้นระยะรุนแรง หรือหมดทางเยียวยาแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ยิ่งมะเร็งที่เกิดในสตรี เช่น มะเร็งปากมดลูกด้วยแล้ว หากรายไหนหมอบ่งชี้ว่า ควรจะรับการรักษาโดยวิธีรังสีรักษา ก็มักจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยความเข้าใจผิดของผู้ป่วยนั่นเอง

อยากจะบอกคุณผู้หญิงทั้งหลายว่า ผู้ที่เป็นมะเร็ง ไม่ได้แปลว่าตนจะต้องตายสถานเดียว ถ้าตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ

การรักษามาตรฐานที่ใช้กันมี 3 วิธี คือ

1. การผ่าตัดรักษา เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งวิธีการผ่าตัดก็หลากหลายแล้วแต่ชนิดของโรค

2. รักษาโดยยาเคมีบำบัด มักใช้ในโรคมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยกำจัดมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัด หรือเพื่อกันการเกิดซ้ำของโรค โดยหมอจะพิจารณาการใช้ยาเคมีบำบัดอย่างไร ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และปริมาณมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัดหรือขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ ของคนไข้

3. รักษาโดยรังสีรักษา ซึ่งในปัจจุบันอาจจะรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด ซึ่งได้ผลดีในการรักษามะเร็งปากมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม ผลการรักษายังขึ้นกับระยะของโรค ถ้าเป็นระยะแรกโอกาสหายเกือบจะ 100 % สำหรับภาวะแทรกซ้อนของการรักษานั้น พบน้อยมาก เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนจึงแทบจะไม่มี

การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวถือเป็นการรักษาโรคแผนปัจจุบัน ต้องผ่านการศึกษาวิจัยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักทางสถิติและทางวิทยาศาสตร์ มีการทดลองในหลอดแก้วและในสัตว์ พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและใช้ได้ผลในการรักษาจริง ก่อนจะนำมาใช้รักษากับผู้ป่วย โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ อีกทั้งผลงานดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกด้วย

แต่สำหรับการใช้ยาสมุนไพรรักษามะเร็งนั้น ยังไม่มีรายงานผลการรักษาที่เชื่อถือได้ชัดเจน มักพูดกันปากต่อปาก หรือเป็นไปตามกระแสข่าว ทำให้เกิดความหลงเข้าใจผิดไป ยิ่งกว่านั้นยาสมุนไพรบางชนิดยังผสมยาเคมีบำบัดเข้าไปด้วย อาจทำให้คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การกดไขกระดูกมากขึ้น และหากผู้ป่วยรักษาร่วมกับแผนปัจจุบันอีก อาจทำให้การรับยาไม่ได้ตามที่กำหนด จึงเกิดผลเสียในการตอบสนองต่อยาแผนปัจจุบัน และอาจทำให้การรักษาล้มเหลวในที่สุด

อันโตนิโอ คอนเต้ : ดีเอโก้ คอสต้า คือสุดยอดดาวยิง


อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหญ่ เชลซี ออกโรงยกย่อง ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าตัวเก่ง ที่ยิงประตูชัยเหนือ มิดเดิ้ลสโบรช์ พร้อมกับพาทีมขึ้นไปรั้งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก

หัวหอกทีมชาติสเปน สวมบทฮีโร่ยิงประตูโทนช่วยให้ เชลซี บุกไปเฉือนชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 1-0 ส่งให้ “สิงห์บลูส์” ทะยานขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จ โดยหลังจบเกม คอนเต้ ได้กล่าวชื่นชมดาวเตะวัย 28 ปีว่า “ดีเอโก้ ทำได้ดีมากทั้งเวลาที่ได้ครองบอล และไม่ได้ครองบอล เขาเป็นสุดยอดดาวยิง และตัวเขาเองก็รู้เรื่องนั้นดี เอแด็ง อาซาร์ และ เปโดร ก็ถือว่ามีความสำคัญกับความสมดุลในเกมของเรา และพยายามทำงานหนักเพื่อทีม”

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวอิตาลี ก็พูดถึงผลงานพาทีมเก็บชัยชนะ 6 นัดติดต่อกันในลีก โดยไม่เสียประตูว่า “มันเป็นเกมที่สมสมบูรณ์แบบ คุณต้องไม่ลืมว่า มิดเดิ้ลสโบรช์ เคยบุกไปเสมอ อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว ดังนั้นผมจึงพอใจกับฟอร์มการเล่น และทัศนคติของลูกทีมมาก นี่เป็นเกมที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่เราไม่เสียประตู และนั่นคือข่าวดีของเรา”

ประทุม ชูทอง – ทุกคนกำลังปรับตัวกับแผน 3 กองหลังของโค้ชซิโก้


ประทุม ชูทอง เซ็นเตอร์แบ็คฮาร์ดแมนทีมชาติไทย ยืนยันว่าในตอนนี้นักเตะทุกคนกำลังพยายามทำความเข้าใจกับระบบการเล่นใหม่กองหลัง 3 ตัวของ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อยู่ ซึ่งทุกคนเองก็รู้สึกพอใจ และยอมรับกับรูปแบบการเล่นใหม่นี้กันทั้งหมด

ทีมชาติไทย ได้ปรับมาเล่นแผนการเล่นใหม่ 3-4-1-2 ตั้งแต่ในเกมกับออสเตรเลียซึ่งผลงานถือว่าออกมาดูดีทีเดียว ทั้งความแข็งแกร่งในแนวรับ หรือว่าความหนักแน่นในแดนกลาง และระบบกองหน้าคู่ที่ทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป ซึ่งทาง ประทุม ชูทอง เองก็ยอมรับว่าเป็นแท็กติกใหม่ที่ดีทีเดียว

ประทุม ชูทอง เผยว่า “สำหรับแท็กติกใหม่ที่พี่โก้ให้มาคือกองหลัง 3 ตัว ผมว่ามันก็เป็นแผนการเล่นที่ดีนะครับ และในตอนนี้นักเตะทุกคนก็กำลังปรับตัวให้เข้ากับแผนการเล่นใหม่นี้อยู่ ซึ่งแผนนี้ถือว่าเป็นแผนที่นักเตะทุกคนเองก็ยอมรับ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด”