เพิ่ม “ถั่วลิสง” ในมื้ออาหาร ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด!

ผลการวิจัยใหม่ระบุว่า การรับประทานถั่วลิสงหลังอาหาร อาจจะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งในเลือดให้เราได้ เช่นเดียวกับวอลนัท และพีแคน

นักวิจัยได้รายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับถั่งลิสง ล่าสุด ในวารสาร The Journal of Nutrition ฉบับเดือนมีนาคม ปี 2017 ว่า การรับประทานแซนวิชเนยถั่วเป็นประจำ ส่งผลในด้านบวกต่อสุขภาพ เพราะถั่งลิสงนั้น มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา โดยช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ให้กับเราได้

ทั้งนี้ ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด และหากเรามีระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดสูง ก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเครียด และมีอาการอักเสบต่าง ๆ

นักวิจัยยังระบุเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาผู้ชายที่มีน้ำหนักเกิน แต่ยังมีสุขภาพดีจำนวน 15 คน อายุระหว่าง 20-65 ปี โดยมีการตรวจระดับไตรกลีเซอไรด์ กลูโคลส อินซูลิน และเอนโดธีเลียม หรือเยื่อบุผนังหลอดเลือด ของพวกเขา ทั้งก่อนและหลังการดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสม และไม่มีส่วนผสมของถั่งลิสง ผลปรากฏว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของถั่วลิสง 3 ออนซ์ มีระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของถั่วลิสง นักวิจัยจึงระบุว่า ถั่ว ให้ผลดีต่อระบบการทำงานของเส้นเลือด และแนะนำว่า การรับประทานถั่วลิสงนี้ อาจจะเป็นผลดีต่อระบบการทำงานของหัวใจ

ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีการศึกษาพบว่า วอลนัท และพีแคน ก็ให้ผลดีต่อสุภาพเช่นกัน โดยช่วยลดระดับไขมันในเลือด และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

จากผลของรายงานวิจัยดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า เราจึงควรเพิ่มการรับประทานอาหารจำพวกถั่ว ซึ่งก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเพิ่มมันลงไปในมื้ออาหาร เช่น การเพิ่มอัลมอนลงไปในสลัดผัก การเพิ่มวอลนัท ลงไปในข้าวโอ๊ต หรือจะเพิ่มถั่วลิสงลงในในอาหารจานทอดก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ อาหารพวกนี้ ยังเป็นของว่างที่ดีเยี่ยม ที่เราสามารถพกพาติดตัวไปรับประทานในเวลาพัก หรือเวลาว่างจากการทำงานได้อีกด้วย

รถวิ่งอืด เครื่องสั่น “วาล์ว” เสียหรือเปล่า?

ระบบวาล์ว คือชิ้นส่วนสำคัญที่บรรจุอยู่ในเครื่องยนต์ เมื่อคุณขับรถถึง 100,000 กิโลเมตร หรือเมื่อมีอาการรถวิ่งอืด รอบเดินเบาสั่นเหมือนเครื่องจะดับ จำเป็นต้องมาตั้งระบบวาล์วเพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างปกติเหมือนดังเดิม ส่วนรถติดแก๊สวาล์วจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ควรตรวจสอบที่ระยะ 50,000 กิโลเมตร หรือตามที่คู่มือรถกำหนดโดยช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งคุณสามารถไปเช็กได้ที่ศูนย์บริการ หรืออู่ที่คุณไว้วางใจได้เลย

วาล์วมี 2 ลักษณะ วาล์ว ไอดี และวาล์วไอเสีย ถูกติดตั้งอยู่ในฝาสูบ หากวาล์วมีระยะที่ผิดปกติไปจากเดิม จะส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ เช่น ระยะวาล์วห่างเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้ไม่ดีพอ แรงม้า และแรงบิดลดลง ยังส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย ส่วนวาล์วตัวใดที่ชำรุด หรือสึกมากไม่สามารถปิดได้ ที่เรียกติดปากว่า “วาล์วยัน” โดยมากแล้วชำรุดที่วาล์วไอเสีย สูบใดวาล์วยัน สูบนั้นกำลังอัดจะรั่ว เวลาติดเครื่องยนต์ อาการจะคล้ายๆ กับจุดระเบิดไม่ครบสูบทำให้เครื่องสั่นมาก

อาการวาล์วยันคือ
1. รถจะวิ่งอืดผิดปกติ อัตราเร่งจะหายไป
2. รอบเครื่องยนต์ผิดปกติวูบเหมือนจะดับ
3. รถกินน้ำมันผิดปกติ

อาการวาล์วรั่ว มี 2 กรณีคือ
1. วาล์วรั่ว คือเวาล์วปิดไม่สนิท ทำให้ไอดีรั่วเข้ามาห้องเผาไหม้ ก็จะทำให้เกิดควันดำ
2. มีควันขาว แต่ในกรณีที่มีควันขาวนั้น ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น แหวนลูกสูบหลวม หรือ ปลอกสูบเป็นรอย

หากรถคุณเจออาการดังที่กล่าวมา ก่อนที่ความเสียหายจะเพิ่มมากขึ้น ให้รีบนำรถเข้าศูนย์ซ่อมได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายในการปรับตั้งวาล์วไม่แพง อยู่ที่หลักพันบาทต้นๆ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถยนต์ แต่ถ้าเครื่องยนต์วาล์วรั่วเตรียมปาดเหงื่อได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็ราคาประมาณหลักหมื่น ต้องเปิดฝาสูบ ตรวจเช็ค ปรับตั้งเปลี่ยนวาล์ว งานใหญ่แน่นอน

ที่สำคัญควรระวังช่าง หรืออู่บางที่ให้ดี เพราะคุณอาจโดนหลอกได้ เนื่องจากอาการอาจเป็นแค่วาล์วยัน แต่ตอนเก็นเงินดันบอกว่าวาล์วรั่ว มั่วเก็บเงินคุณมากกว่าความเป็นจริง ยังไงต้องดูให้ดีนะครับเพราะราคาค่าซ่อมมันต่างกันมากทีเดียว

น้ำมันเฟืองท้าย ทำไมต้องเปลี่ยน!!!

สำหรับมือใหม่ป้ายแดงอาจจะรู้สึกงงสักหน่อยนอกจาก ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันกียร์ น้ำมันเบรค ยังต้องถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายด้วยหรอ และหากต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายควรเปลี่ยนที่ระยะเท่าไร ซึ่งหลายท่านละเลยไม่สนใจ ทั้งที่มีความสำคัญไม่แพ้ชิ้นส่วนอื่นๆ การทำงานของชุดเฟืองท้ายจำเป็นต่อการขับเคลื่อนของรถยนต์ โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังผ่านเพลากลางลงมาผ่านชุดเฟืองท้ายไปยังล้อรถยนต์ ซึ่งหน้าที่แต่ละเฟืองมีความสัมพันธ์กัน

ในระบบการทำงานนี้ ชุดเฟืองท้าย จำเป็นเป็นต้องมีน้ำมันหล่อลื่น หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า น้ำมันเฟืองท้าย เพราะหากไม่มีน้ำมันตัวนี้ ชิ้นส่วนต่างๆ คงเสียหายหนักเป็นแน่

ชุดเฟืองท้ายประกอบด้วย

1. เฟืองเดือยหมู ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์
2. เฟืองบายศรี ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางกำลัง จากเฟืองเดือยหมู เพื่อขับเพลาข้าง และลดอัตราทดเกียร์ คือ ลดความเร็วรอบ ให้เหมาะสมกับขนาดของล้อรถยนต์โดยเฟืองบายศรีจะหมุนช้ากว่าเฟืองเดือยหมู
3. เฟืองดอกจอก ทำหน้าที่แบ่งแยกกำลังงาน ที่จะส่งไปยังเพลาข้างซ้าย และขวา เพื่อความเร็วแตกต่างกันในขณะขับรถเลี้ยวโค้ง
4. เฟืองข้าง ทำหน้าที่ขับเพลาข้างเพื่อทำให้ล้อหมุน

การทำงานของเฟืองทั้ง 4 ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ส่วนระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายประมาณ 40,000 กิโลเมตร และก่อนการตรวจเช็กระดับน้ำมันเฟืองท้าย ดูให้ดีก่อนว่าน้ำมันเฟืองท้ายยังร้อนอยู่หรือไม่ เพราะหากเพิ่งผ่านการใช้งานน้ำมันยังร้อนอยู่อาจถูกลวกมือได้ และอีกข้อที่สำคัญ น้ำมันเฟืองท้ายที่จะใช้เติมต้องตรงตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดมาให้ หากเติมผิดเบอร์ ผิดประเภท อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับชุดเฟืองท้ายได้

ทั้งนี้ระบบของเหลวรถยนต์จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายอย่างสม่ำเสมอ หรือตามคู่มือค่ายรถที่ให้มา ของ เหลวมีวันเสื่อมสภาพตามกาลเวลา มีรถแล้วก็หมั่นตรวจสอบด้วยครับ เพราะถ้าไม่สนใจขับอย่างเดียว ถึงเวลานั้นคุณอาจต้องเสียเงินมากกว่าค่าบำรุงรักษาหลายเท่าตัว

เช็คด่วน! อาการเกียร์ธรรมดามีปัญหา

อาการที่เริ่มบ่งบอกว่า เกียร์ธรรมดา เริ่ม มีปัญหา จะแตกต่างจากเกียร์ออโต้ เพราะบางส่วนอาจไม่ได้เกิดจากห้องเกียร์โดยตรง เพราะเกียร์รถแบบธรรมดาจะมีชุดคลัตช์ ผ้าคลัตช์ หวีคลัตช์ ลูกปืนคลัตช์ ระบบไฮดรอลิกคลัตช์ สายอ่อนคลัตช์ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดกับเกียร์แบบธรรมดาก็ขึ้นอยู่กับส่วนย่อย หรือส่วนประกอบเหล่านี้ ยกเว้นถ้าอาการหนักจึงจะเป็นที่ห้องเกียร์ เช่น มีน้ำมันซีลหน้าเครื่อง-ซีลท้ายเครื่องรั่วซึม ส่วนรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าให้เช็กรอยรั่วซีลเพลาขับบริเวณเสื้อเกียร์ด้วย

ส่วนด้านการบำรุงรักษาเกียร์ธรรมดา หลายคนยังไม่รู้ว่า การถ่ายน้ำมันเกียร์ไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเก่าออกได้ 100% เป็นเพียงการทำให้เจือจาง (dilute) ลง เท่านั้นเอง เพราะน้ำมันเกียร์ส่วนที่เหลือจะตกค้างภายในชิ้นส่วน ระบบเกียร์ภายใน, วาว์ลบอดี้ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายออกมาได้ทั้งหมด และทุกครั้งที่ถ่ายน้ำมันเกียร์ จะได้น้ำมันใหม่เข้าไปแทนของเดิมที่ถ่ายออกมาอัตราส่วนประมาณ 30/70 หรือ 40/60 เท่านั้น

การบำรุงรักษาเกียร์เบื้องต้นควรเริ่มถ่ายน้ำมันเกียร์ที่ระยะ 40,000 km. เพื่อไม่ให้เกียร์รถยนต์เสื่อมสภาพก่อนกำหนด อย่าลืมว่าค่าบำรุงรักษาเกียร์ถูกกว่าค่าเปลี่ยนเกียร์เยอะ

สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายน้ำมั้นเกียร์ด้วยตนเอง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนถ่ายน้ำมันเกียร์ มีดังนี้

1. ประแจบล็อคความยาว 10 นิ้ว
2. ลูกบล็อคหกเหลี่ยม เบอร์ 24
3. แม่แรงยกรถ
4. ถุงมือช่าง
5. ภาชนะรองรับน้ำมันเกียร์
6. น้ำมันเกียร์ (ตรงกับสเปคเดิม)

“การถ่ายน้ำมันเกียร์ คือ การเอาน้ำมันเก่าออกมา ฉะนั้นหากคุณถ่ายออกมาเท่าไหร่ ก็ต้องใส่น้ำมันใหม่กลับไปเท่าเดิม ส่วนน้ำมันเก่าที่ถ่ายออกมาอย่าเอาไปทิ้ง เก็บไว้ขายได้ราคาดีนักแล”

แต่ถ้าคุณไม่มีความชำนาญด้านเครื่องยนต์กลไกลก็ให้ไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ ใกล้บ้านได้เลย อาจแพงกว่าเปลี่ยนถ่ายเองสักนิด แต่ก็ยังมั่นใจได้เพราะยังไงเค้าก็ใช้น้ำมันเกียร์สเปคเดิมที่ออกจากโรงงานครับ เพียงทำตามดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เกียร์รถคุณจะมีอายุใช้งานยาวนาน กว่าจะได้โอเวอร์ฮอลเกียร์อีกทีเผลอๆ คุณอาจขายรถคันเก่าไปซื้อคันใหม่แล้วก็ได้ครับ

ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว กระแสใหม่ด้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะพร้าว ได้กลายเป็นของโปรดของชาวอเมริกันที่รักสุขภาพ

และเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตต่างสั่งสินค้าจากมะพร้าวมาวางจำหน่ายกันอย่างคึกคัก

Elissa Goodman ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแบบครบองค์ประกอบกล่าวว่า มะพร้าวช่วยเพื่อศักยภาพการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย ต้านเชื้อราที่เป็นอันตราย

สรุปได้ว่าดีต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย

ข้อดีอีกหลายประการประกอบด้วย ผลต่อการทำงานอย่างเป็นปกติของหัวใจ และระบบขับถ่ายปัสสาวะและระบบไต

มะพร้าวยังได้ขยายความนิยมไปสู่สินค้าเพื่อความงามด้วย

Janette Rizk โฆษกของบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าออแกนิค Whole Foods บอกว่า อุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพื่อความงามใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นส่วนประกอบด้วย

นอกจากนั้นแล้ว เนื้อมะพร้าวถูกใช้เป็นส่วนผสมของแป้งทำขนม ขนมขบเคี้ยว tortilla หรือแป้งทอดในอาหารละตินอเมริกา ผู้ผลิตเนยและนมบางรายใช้มะพร้าวเป็นส่วนผสมด้วย

อย่างไรก็ตาม ความตื่นตัวในคุณสมบัติของมะพร้าวในหมู่ผู้บริโภค ดูเหมือนว่าจะมีมากเกินงานวิจัยด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับมะพร้าว

ข้อควรระวังประการหนึ่งที่สำคัญคือ มะพร้าวมีทั้งคอเลสเตอรอลที่ดีและไม่ดีต่อร่างกาย รวมทั้งมีไขมันอิ่มตัวที่เกี่ยวโยงกับโรคหัวใจด้วย

คอนเฟิร์ม! “ปาเกียว” คืนสังเวียนฟาดปาก “กำปั้นออสซี่” ก.ค.นี้

แมนนี่ ปาเกียว แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวทขององค์กรมวยโลก (WBO) ชาวฟิลิปปินส์ วัย 38 ปี ที่ตัดสินใจคืนสังเวียนอีกครั้ง ได้ข้อสรุปที่จะขึ้นสังเวียนฟาดปากกับ เจฟฟ์ ฮอร์น ที่ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 2 กรกฎาคม นี้

โดยการแข่งขันไฟต์ที่ 68 ในชีวิตของยอดมวยชาวตากาล็อก จะจัดขึ้นที่ ซันคอร์ป สเตเดี้ยม เมืองบริสเบน บ้านเกิดของผู้ท้าชิงวัย 29 ปี ซึ่งถือเป็นสังเวียนที่มีความจุมากถึง 52,500 คน

ซึ่งเกจิมวยโลกทั้งหลาย ต่างยกให้ ปาเกียว เป็นต่อหลายขุม เนื่องจาก เจฟฟ์ ฮอร์น มีสถิติการชกเพียงแค่ 17 ครั้ง เป็นการชนะ 16 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และยังไม่เคยแพ้ใคร

อย่างไรก็ตาม ฮอร์น ที่เคยเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันโอลิมปิก ปี 2012 ก็ไม่หวั่นแต่อย่างใด โดยออกมาเตือนเจ้าของแชมป์ว่า “ปาเกียว กับผู้จัดการของเขาดูจะมีความมั่นใจมากทีเดียว เขาคิดว่าจะมาโกยเงินล้านก่อน แล้วไปเจอกับ อาเมียร์ ข่าน ซึ่งผมบอกเลยมันไม่ง่ายแบบนั้นแน่”

โดยเป็นที่เชื่อว่าหลังการชกไฟต์นี้ นักชกเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 8 เส้นชาวฟิลิปปินส์ เตรียมที่จะขึ้นชกไฟท์ต่อไปกับ อาเมียร์ ข่าน ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายในปลายปีนี้

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน : หลุยส์ ฟาน กัล ทำกับผมเหมือนเป็นหุ่นยนต์

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน กองกลาง เอฟเวอร์ตัน ออกมาจวก หลุยส์ ฟาน กัล ทำกับตนราวกับเป็นหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฟอร์มบู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายจาก เซาแฮมป์ตัน มาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 24 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015 ในยุคของกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ทว่าไม่สามารถสอดแทรกเป็นตัวจริงในถิ่น “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ได้จนมาถึงยุค โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ถูกขายให้ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนมกราคม 2017

ซึ่งทางแข้งวัย 27 ปี ก็ออกมาเปิดใจว่าเขาไม่เคยมีความสุขแม้แต่น้อย ตลอดเวลาที่ร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล “ปีแรกของผมกับ หลุยส์ ฟาน กัล นั้นค่อนข้างกระอักกระอ่วน ผมไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่ในสนามเขาไม่ปล่อยให้ผมมีอิสระในการเล่นเลย ถึงแม้ว่าผมจะมีประสบการณ์มากมายใน พรีเมียร์ลีก”

“กับเขาน่ะหรือ ? ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นหุ่นยนต์ เขาบอกผมว่า ‘คุณต้องไม่ไปทางนี้ และต้องมารับบอลทางนี้ของสนาม คุณต้องไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้’ คำพูดเหล่านี้มันกวนใจผมอยู่ไม่น้อย”

“เมื่อผู้เล่นมีความคับข้องใจขณะอยู่ในสนามว่า ‘โค้ชต้องการอะไรกันแน่ ?’ เขาก็เริ่มมีประสิทธิภาพในการเล่นลดลง โดยเฉพาะการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คุณต้องมารับมือกับบรรดาสื่อ และคำวิจารณ์ที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วในทุกทิศทุกทาง”

โชเซ่ มูรินโญ่ – แมนยู กลับมาตั้งเป้าคว้าท็อป 4 หลังชนะ ซันเดอร์แลนด์

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชี้ว่าชัยชนะเหนือ ซันเดอร์แลนด์ ทำให้ทีมของเขายังสามารถมองถึงการคว้าท็อป 4 ได้

แมนยู บุกไปถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 ตัวตั้งแต่ครึ่งแรกได้คาบ้าน 3-0 ทำให้ “ปีศาจแดง” เก็บ 3 คะแนนสำคัญเพิ่มเป็น 57 แต้มจาก 30 เกมตามหลัง แมนฯ ซิตี้ อันดับ 4 อยู่ 4 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด และตามหลัง ลิเวอร์พูล อันดับ 3 อยู่ 6 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 2 นัด

ซึ่งทาง โชเซ่ มูรินโญ่ มองว่าชัยชนะในเกมนี้ทำให้ แมนยู ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแย่งตำแหน่งท็อป 4 “ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยชนะได้ทั้งคู่ ถ้าเราไม่ชนะเกมนี้ก็เกือบจะเป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎีกับการจบอันดับที่ 4 เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะต้องชนะ และนั่นคือเป้าหมาย”

“เราทำได้สำเร็จ นอกเหนือจากนี้มันดีมากที่ไม่มีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ เพราะเรายังคงต้องต่อสู้เพื่อสถานการณ์ของเราใน พรีเมียร์ลีก แต่ใน ยูโรป้า ลีก ก็ยังคงสำคัญสำหรับเราอยู่ไม่แพ้กัน มันเป็นเกมที่เราแค่ต้องชนะให้ได้”

“ตอนนี้เราได้แชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และได้แชมป์ ลีก คัพ มาแล้ว แต่กับ พรีเมียร์ลีก มันคงไม่มีทางแล้ว ดังนั้นเราจะต้องสู้เพื่อการแข่งขันที่เราคงอยู่ในเส้นทาง”

พณ.เผยฟิลิปปินส์จ่อนำเข้าข้าวอีก1.3ล้านตัน

กระทรวงพสณิชย์ เผยฟิลิปปินส์ มีแผนนำเข้าข้าวปีนี้เพิ่มขึ้น1.3 ล้านตันเพื่อความมั่นคงทางอาหารชี้เป็นโอกาสผู้ส่งออกไทย

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพสณิชย์ เปิดเผยว่า จากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐ
ฟิลิปปินส์เพื่อหารือกับองค์การอาหารแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่นำเข้าข้าว พบว่า ในปีนี้มีแผนจะนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.5 แสนตัน ในปี 2559 เป็น 1-1.3 ล้านตัน ในปีนี้ เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยจะพิจารณาเปิดประมูลเพื่อนำเข้าข้าวคุณภาพดีขึ้น เช่น ข้าวขาว 5% 10% และ 15% ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวของไทยทั้งในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) หรือ เอกชนต่อเอกชน เพราะจะทำให้มีตลาดขนาดใหญ่มารองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ และเป็นสัญญาณเชิงบวกกระตุ้นราคาข้าวไทยทั้งระบบและส่งผลถึงราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรจะได้รับด้วย

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ เป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทยเฉลี่ยปีละ 4 แสนตัน โดยในช่วงเดือนมกราคม -กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไทยส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ปริมาณ 1.93 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“แกงส้มดอกแค” อาหารพื้นบ้าน สรรพคุณไม่ธรรมดา

แกงส้มดอกแค มีใครไม่เคยกินไหม? ถ้ายังรีบไปลองเลยแล้วจะติดใจ ด้วยความเข้มข้นของน้ำแกงส้มที่เผ็ดร้อนคู่กับดอกแครสหวานอมขมนิดๆ เคล้ารวมกันกับเนื้อสัตว์ กินพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ บอกเลยว่า อร่อยเกินคำบรรยาย เริ่มอยากกินแล้วล่ะสิ แต่ก่อนที่จะไปกิน มีคุณประโยชน์จากแกงส้มดอกแคมาบอกให้รู้กัน

แกงส้มเป็นอาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาเนิ่นนาน นอกจากดอกแคแล้วยังสามารถใส่ผักอื่นลงไปแทนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แกงส้มผักบุ้ง แกงส้มชะอมทอด หรือจะเป็นแกงส้มผักรวมก็อร่อยและมีประโยชน์ไม่แพ้กัน สำหรับ แกงส้มดอกแค ดอกแคเป็นพืชที่เติบโตได้ง่ายในเขตร้อนชื้น โตเร็ว ปลูกได้ทุกที เพราะฉะนั้นถ้าบ้านใครมีพื้นที่จะปลูกต้นแคก็ไม่เลวเลยนะ ถ้าคิดเมนูไม่ออก เดินไปเด็ดดอกแคหลังบ้านก็ได้เมนูแสนอร่อยแล้ว

ทางแพทย์แผนไทย แกงส้มดอกแคถือว่ามีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้หัวลม แต่ยังมีประโยชน์นอกเหนือจากนั้นด้วย

คุณประโยชน์ของแกงส้มดอกแค :

1. ดอกแค รสหวานอมขม แก้ไข้หัวลม

2. น้ำแกงส้ม รสเผ็ดร้อน ช่วยย่อยอาหารและขับลมในกระเพาะ

3. มะขามเปียก รสเปรี้ยว ลดความร้อนในร่างกาย แก้ท้องผูก ขับเสมหะ

4. สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย รักษาอาการหวัด

5. รสเผ็ดและเปรี้ยวของแกงส้ม ช่วยบำรุงธาตุน้ำและลม

6. ดอกแคมีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา

7. ดอกแคช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น รักษาอาการท้องผูก

8. เจริญอาหาร เนื่องด้วยรสขมของดอกแคจะล้างเมือกในช่องปาก ทำให้อยากอาหารมากขึ้น

แกงส้มดอกแค นอกจากจะอร่อยและมีประโยชน์หลากหลายแล้ว ยังจัดว่าเป็นเมนูอาหารคลีนด้วยนะ เพราะฉะนั้นคนที่ลดน้ำหนักอยู่ ลองหันมากินเมนูนี้ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับตัวเองบ้างก็ได้นะ ยังไงก็ผอมแน่นอน คอนเฟิร์ม!