คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วอนแฟน เรอัล มาดริด เลิกโห่หลังยิงครบ 100 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ เรอัล มาดริด วอนแฟนบอลเลิกโห่ตนเสียทีหลังพาทีมเข้ารอบ แถมยังยิงครบ 100 ประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โรนัลโด้ สวมบทพระเอกยิงแฮตทริกให้ เรอัล มาดริด แซงเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 รวมผล 2 นัด “ราชันชุดขาว” เป็นฝ่ายเข้ารอบด้วยสกอร์ 6-3

โดยก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ โดนแฟนบอลทีมตัวเองโห่เนื่องจากปืนฝืดในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก มานานถึง 659 นาที แต่ใน 2 เกมที่ผ่านมาดาวเตะวัย 32 ปีทะลวงตาข่าย บาเยิร์น ไปคนเดียว 5 ประตู พร้อมสร้างสถิติยิงประตูครบ 100 ลูกในการลงเล่นถ้วยยุโรปรวมทุกรายการ และเป็นนักเตะรายแรกที่ยิงครบ 100 ลูกในถ้วย “บิ๊กเอียร์”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กล่าวว่า “ผมแค่ต้องการให้พวกเขาเลิกโห่ผมเสียที ผมทำผลงานได้อย่างดีสุด ๆ แล้ว ผมทำงานหนัก และช่วยให้ เรอัล มาดริด ผ่านเข้ารอบ”

“ผมไม่ได้หมายความว่าสั่งให้พวกเขาเงียบปากอะไรแบบนั้น แต่ผมใช้เรื่องพวกนี้ไปเป็นพลังในทางบวก ทีมกำลังยอดเยี่ยม มันชัดเจนว่าเรากำลังเล่นกันได้ดี และผมก็มีความสุขกับประตูที่ทำได้”

สตีเว่น เจอร์ราร์ด : อ็องตวน กรีซมันน์ ไปไหนก็ได้ให้ไกล ๆ แมนเชสเตอร์

สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ มารับจ๊อบร่วมกันเป็นพิธีกรภาคสนาม ในเกมระหว่าง เลสเตอร์ กับ แอต.มาดริด โดยทางพิธีกรได้ถามทั้งคู่ถึงเรื่อง อ็องตวน กรีซมันน์ ซึ่งทาง เจอร์ราร์ด ชิงเอาฮา โดยบอกว่ากองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสย้ายไปไหนก็ได้แต่ขอให้ไกล ๆ เมืองแมนเชสเตอร์สักหน่อย

สำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ นั้นได้มารับงานเป็นพิธีกรภาคสนามจำเป็นให้กับช่อง บีที สปอร์ต ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งทางพิธีกรหลักอย่าง เดส เคลลี่ ก็ได้ยิงคำถามไปยังทางทั้งคู่ว่าถ้าเป็นเอเยนต์ของ อ็องตวน กรีซมันน์ และจะได้ส่วนแบ่ง 20% จากทั้งหมด อยากให้ตัวนักเตะย้ายไปไหน

โดยทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็รีบชิงเอาฮาก่อนเลยว่า “อ็องตวน ย้ายไปไหนก็ได้แต่ให้ไกล ๆ แมนเชสเตอร์ หน่อยจะดีมาก” ซึ่งมุขนี้สามารถเรียกเสียงฮาได้จากทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เดส เคลลี่ เลยทีเดียว

นอกจากนั้น อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า “ก็จริงมั้ยล่ะ ถ้าหากว่าลิเวอร์พูลไม่ได้ตัวเขามาร่วมทีม การที่เขาจะไม่ไปที่นั่นมันก็ต้องดีต่อใจของแฟน ๆ อยู่แล้ว”

ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ บอกว่า “ถ้าจะย้ายมาแมนยูผมว่าก็ดีนะ”

อย่ามาดราม่า !! ซีเนอดีน ซีดาน ย้ำ เรอัล มาดริด เข้ารอบด้วยฝีมือไม่ใช่เพราะกรรมการ


ซีเนอดีน ซีดาน ตอบโต้เสียงวิจารณ์เรื่่องการทำหน้าของผู้ตัดสิน ย้ำ เรอัล มาดริด เอาชนะ บาเยิร์น ได้ทั้งสองนัด และสมควรผ่านเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ซีเนอดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด ย้ำว่า “ราชันชุดขาว” เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จด้วยผลงานที่เหนือกว่า ไม่ใช่เพราะการตัดสินผิดพลาดของผู้ตัดสิน

เรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ บาเยิร์น 4-2 หลังการต่อเวลาพิเศษ 120 นาที รวมสองนัดชนะด้วยสกอร์ 6-3 เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 เมษายน 2560 ซึ่งจากเกมนี้มีประเด็นร้อนเกิดขึ้นเรื่องการทำหน้าที่พลาดของผู้ตัดสิน ในจังหวะการยิงประตูสองครั้งของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นการล้ำหน้า และการโดนใบเหลืองที่สองของ อาร์ตูโร่ วิดัล ที่น่าจะเป็นการเข้าสกัดแบบใสสะอาด

ซีดาน กล่าวว่า “ผมไม่รู้นะ งานของผู้ตัดสินน่ะมันยากมากอยู่แล้ว ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น แล้วก็มีคนบอกผมเหมือนกันว่าประตูที่ 2 ของ บาเยิร์น เป็นลูกล้ำหน้า มันก็ออกได้ทั้งสองหน้านั่นแหละ นี่คือเกมฟุตบอล”

“ไม่ต้องไปพูดถึงใบเหลืองที่สองหรือประตูล้ำหน้าอะไรหรอก เพราะหากดูจากที่เรายิงได้ 6 ประตูจาก 2 เกม นี้ ก็ถือว่าเราสมควรได้เข้ารอบ ในเกมฟุตบอลมันไม่เกี่ยวกับเรื่องดวง คุณต้องชนะและเราก็ชนะทั้งสองนัด”

ส่วนเรื่องคู่แข่งที่จะต้องเจอในรอบต่อไป ซีดาน ย้ำว่าสำหรับ เรอัล มาดริด แล้วเจอทีนไหนก็ได้ทั้งนั้น

“เราเล่นกับ บาเยิร์น ไปแล้ว ตอนที่ประกบคู่ออกมาคนก็บอกกันว่า โหคู่นี้ ! มาเจอกันเร็วไปหน่อย แต่เราคือ มาดริด และถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราก็ต้องเจอกับทุกทีม ไว้วันศุกร์จะได้รู้กันว่าเราเจอใคร และเราจะสู้ ลุยจนจบสองเกม เป้าหมายยังเหมือนเดิมคือนัดชิงที่ คาร์ดิฟฟ์” ซีดาน กล่าว

สื่อตีข่าว มิคาเอล เอสเซียง – คาร์ลตัน โคล มีสิทธิ์ติดคุกที่อินโดนีเซีย

มิชาเอล เอสเซียง และ คาร์ลตัน โคล อดีตดาวเตะแห่ง พรีเมียร์ลีก ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ เปอร์ซิบ บันดุง สโมสรดังแห่งลีก อินโดนีเซีย ถึงคราวซวยอาจถึงขั้นติดคุก หลังทั้งคู่ทำผิดกฎหมายเข้าเมือง

เอสเซียง และ โคล เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ เปอร์ซิบ บันดุง เมื่อเดือนมีนาคม 2560 และเพิ่งลงประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับ อเรมา เอฟซี่ 0-0 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

แต่ทว่าทางหน่วยงานนักกีฬาอาชีพของอินโดนีเซียตรวจสอบพบว่า ทั้งคู่ลงสนามช่วยสโมสรทั้งที่ถือใบอนุญาตทำงานไม่ถูกต้อง โดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีโทษเริ่มต้นตั้งแต่ปรับเงิน 30,000ปอนด์ (1.5 ล้านบาท) จนถึงสั่งจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ตามสโมสร เปอร์ซิบ บันดุง ยืนยันว่าได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังหาทางออกเพื่อส่ง เอสเซียง และ โคล ลงเล่นในเกมต่อไปให้ได้

โดยทาง อูมูห์ มัชทาร์ กุนซือของ เปอร์ซิบ บันดุง กล่าวว่า “พวกเขามาเพื่อมอบความสุขให้กับพวกเราพวกเขาต้องการยกระดับลีกอินโดนีเซีย ทุกคนรู้ดีว่า เอสเซียง คือนักเตะระดับโลก ไม่ใช่ผู้ลี้ภัยที่ผิดกฎหมาย”

อันโตนิโอ คอนเต้ รับปากเจอ โชเซ่ มูรินโญ่ หนนี้จะไม่ให้มีเรื่อง

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม เชลซี จ่าฝูงแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ออกโรงยืนยันเจอกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด รอบนี้จะพยายามไม่ให้มีเรื่องเพราะ ไม่ต้องการให้ลูกทีมเสียสมาธิในการลุ้นแชมป์

โดยใน 2 เกมที่ เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด พบกันก่อนหน้านี้ทั้งในเกม พรีเมียร์ลีก และเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม ได้มีเหตุการณ์ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดระหว่าง คอนเต้ และ มูรินโญ่ ระหว่างเกม

อย่างไรก็ตามในศึก “บิ๊กแมตช์” ที่ทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” เตรียมบุกไปเยือนรัง “ปีศาจแดง” ในวันที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้ คอนเต้ ยืนยันว่าตนจะพยายามไม่ต่อปากต่อคำกับ มูรินโญ่ เพื่อไม่ให้ทีมเสียสมาธิเพราะทีมกำลังขยับเข้าใกล้การคว้าแชมป์เข้าไปทุกที

กุนซือชาวอิตาลี เผยว่า “สำหรับเรามันสำคัญมากในการควบคุมอารมณ์ เพราะเรากำลังต่อสู้เพื่อแชมป์มันจะเป็นเกมที่ยากแต่เราพร้อมที่จะเล่นแล้ว ผมเคยพูดถึงประวัติศาสตร์ของ มูรินโญ่ ไปแล้ว สำหรับ ยูไนเต็ด แน่นอนที่สุด พวกเขามีแรงจูงใจที่ดี พวกเขากำลังจะเล่น เชลซี ทุก ๆ ทีมต้องการเอาชนะเรา แต่เรากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี ผู้เล่นกำลังมีความมั่นใจกันสุด ๆ”

อาร์แซน เวนเกอร์ ผิดหวังแพ้ครั้งนี้สะเทือนถึงการลุ้นท็อป 4

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือใหญ่ อาร์เซน่อล ก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้หลังพาทีมบุกไปโดน คริสตัล พาเลซ ถล่มเละ ชี้แพ้ครั้งนี้ทำให้การลุ้นท็อป 4 ยิ่งยากขึ้นไปอีก

อาร์เซน่อล พลาดท่าบุกไปโดน คริสตัล พาเลซ ถล่มแบบไม่ไว้หน้า 0-3 ซึ่งความพ่ายแพ้เกมนี้ส่งผลเสียหายต่อการลุ้นท็อป 4 ของทัพ “ปืนใหญ่” โดยยังคงรั้งอันดับ 6 มี 54 คะแนนตามหลังอันดับ 4 อย่าง แมนฯ ซิตี้ 7 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 เกม ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 8 นัดเท่านั้น

อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าวว่า “ด้วยความสัตย์จริง ผมรู้สึกผิดหวังมาก มองดูแล้วเราแพ้ในการทำเกมของเราเอง นั่นมันน่าผิดหวังมากนะ เอาจริง ๆ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องตัวเองด้วยซ้ำ มันเป็นความเจ็บปวดที่เราต้องพ่ายแพ้แบบนี้”

“แน่นอนมันเป็นเรื่องยากมากขึ้นที่เราจะจบในตำแหน่งท็อป 4 ผมอยากให้แฟน ๆ ยังคงหนุนหลังทีมต่อไป พวกเขาผิดหวังมาก และผมสามารถเข้าใจได้ ก็เหมือนเราทุกคนนั่นแหละที่กำลังรู้สึกผิดหวังเช่นกัน”

ยิงไม่เลี้ยง! “ปีศาจแดง” บุกถล่ม “แมวดำ” 3-0 แซงปืนขึ้นที่ 5

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมยังไม่มีจังหวะจบสกอร์ จนกระทั่งนาทีที่ 20 เจ้าบ้านได้โอกาสก่อนจากลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา ไบรอัน โอเบียโด้ ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพง แต่ไปตรงตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ รับไว้ได้ไม่ยาก

นาทีที่ 29 ทีมเยือน เกือบได้ประตูออกนำ ปอล ป็อกบา ไหลให้ เจสซี่ ลินการ์ด ได้ปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียดจะเสียบเสาแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด พุ่งปัดไว้ได้ปลายมือ

นาทีต่อมา ปีศาจแดง มาได้ประตูออกนำจนได้ อันเดร์ เอร์เรร่า ผ่านบอลให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พลิกกลับตัวก่อนปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด เสียบเสาเด็ดขาด แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

นาทีที่ 40 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอ บิลลี่ โจนส์ เปิดบอลเข้าเขตโทษ วิคเตอร์ อนิเชเบ้ ได้ยิงเต็มๆแต่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ออกมาบล็อกได้ทัน

สองนาทีต่อมา สถานการณ์ของเจ้าถิ่นย่ำแย่ไปอีกเมื่อต้องเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ เซบาสเตียน ลาร์สสัน พุ่งหงายปุ่มสตั๊ดใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ผู้ตัดสินจึงชักใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนจบครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังได้แค่นาทีเดียว ลุค ชอว์ วางบอลยาวขึ้นหน้าให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน เกี่ยวบอลลงแล้วแตะหนี ลามีน โกเน่ เข้าเขตโทษก่อนซัดเสียบเสาไกล แมนฯ ยูไนเต็ด หนีเป็น 2-0

ก่อนจบเกมนาทีเดียว ผีแดงมาได้ประตูที่ 3 จังหวะสวนกลับเร็ว มาร์คัส แรชฟอร์ด ลากขึ้นมาทางขวา ก่อนทำชิ่งกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลุดเข้าไปกดด้วยขวาเสียบเสา แมนฯ ยูไนเต็ดทิ้งห่าง 3-0

จบเกม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด บุกถล่ม “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 3-0 เก็บสามแต้ม พร้อมขยับอันดับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปอยู่ที่ 5 แต่แข่งมากกว่าอยู่ 1 เกม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ซันเดอร์แลนด์ (4-4-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – บิลลี่ โจนส์, ลามีน โกเน่, เจสัน เดนาเยอร์, ไบรอัน โอเบียโด้ – ลี แคตเทอร์โมล, ดีดิเย่ร์ เอ็นด็อง, แจ็ค ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน – เจอร์เมน เดโฟ, วิคเตอร์ อนิเชเบ้
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – มัตเตโอ ดาเมียน, เอริก ไบยี่, มาร์กอส โรโฮ, ลุค ชอว์, มารูยาน เฟลไลนี่, ปอล ป็อกบา, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช : ผมรู้สึกว่า ยิ่งแก่ก็ยิ่งเก่งขึ้น


ซลาตัน อิบราฮิโมวิช โคตรดาวยิงชาวสวีเดนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงโวสนั่นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น เบนจามิน บัตตัน ตัวละครจากภาพยนตร์ชื่อดังที่ยิ่งแก่ก็ยิ่งเด็กลง

แมนยู บุกไปถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 ตัวตั้งแต่ครึ่งแรกได้คาบ้าน 3-0 โดยเกมนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คืนฟอร์มเก่งซัดประตูเปิดร่องให้กับ “ปีศาจแดง” โดยเป็นประตูที่ 17 ใน พรีเมียร์ลีก ของหัวหอกวัย 35 ปี และถือเป็นการทะลวงตาข่ายครบ 250 ประตูใน 308 นัดนับตั้งแต่ที่เขาอายุแตะเลข 3 อีกด้วย

ซึ่งทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้เปิดใจว่าเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็น เบนจามิน บัตตัน ภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ตัวละครตัวเอกเกิดมาแก่แล้วค่อย ๆ กลับไปเป็นเด็ก “ผมฝึกซ้อมหนัก ผมเชื่อมั่นในตัวเอง และผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง”

“ผมไม่กังวลเลย อายุมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น และคุณไม่เสียพลังงานในสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องเสีย ผมรู้สึกเหมือนกับ เบนจามิน บัตตัน ผมเกิดมาเหมือนวัยชรา แต่จะตายไปเหมือนวัยหนุ่ม”

รักเยี่ยงพ่อ! “โครส” เผย “ซีดาน” ทำให้ตนรู้สึกเป็นคนสำคัญของทีม

โทนี โครส ยอดกองกลางชาวเยอรมันของ เรอัล มาดริด ออกมากล่าวแสดงความชื่นชมต่อ ซีเนอดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นผู้เล่นสำคัญของสโมสรได้จากใจจริง

“นับตั้งแต่ ซีดาน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมเมื่อ 15 เดือนก่อน สถานการณ์ของสโมสรนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง” มิดฟิลด์จอมวางบอลกล่าว

“เขาได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นบวกขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และมีคอนเซ็ปท์ชัดเจนว่าจะให้ลูกทีมรวมถึงทุกคนในสโมสรเดินตามไปในทิศทางไหน”

“ผมรักการทำงานกับเขามาก เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรามีแนวคิดเหมือนกันในสไตล์การเล่นฟุตบอล และเขาก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของสโมสรแห่งนี้ด้วย”

“คุณเห็นแล้วนี่ว่าตั้งแต่เขามา ทีมก็เล่นได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากหลายเท่าตัว และเราก็ลุยกันไปจนเป็นผู้ชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนฤดูกาลนี้เรากำลังต่อสู้เพื่อเป็นแชมป์อยู่ 2 รายการ ขอบคุณ ซีดาน มากๆ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

สำรองส่องชัย! “คูตี้-ฟีร์มิโน่” ยิงรัวๆ “หงส์” บุกแซง “สโต๊ค” 2-1

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 32 สโต๊ค ซิตี้ อันดับ 12 เปิดสนามเบท 365 สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3

เกมส่วนใหญ่ของทั้งสองทีมอยู่บริเวณกลางสนาม ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้งทั้งคู่

เกมมาถึงนาที 44 สโต๊ค ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เซอร์ดาน ชากิรี่ เปิดจากเส้นหลังด้านขวา โจนาธาน วอลเตอร์ส ได้โหม่งเหน่งๆตรงเสาแรกตุงตาข่าย ก่อนหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

นาที 52 เจ้าถิ่นพลาดได้ประตูที่ 2 จากลูกเตะมุม จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม โหม่งผิดเหลี่ยมกลับมาในกรอบ 6 หลา แต่ชาร์ลี อดัม ยิงจ่อๆติดเซฟ ซิมง มินโญเล่ต์ ออกหลังไปแบบเหลือเชื่อ

นาที 60 ลิเวอร์พูลเกือบตีเสมอได้ เดยัน ลอฟเรน โหม่งลูกเตะมุมชนคานออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 70 หงส์แดงตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากลูกเก็บตกในเขตโทษ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาช่วงครึ่งหลัง ได้ยิงเสียบเสาไม่พลาด

ถัดมาแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นต้องช็อกทั้งสนาม เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ตัวสำรองอีกคนหลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนวอลเลย์แสกหน้า ลี แกรนท์ เข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล พลิกขึ้นนำ 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมเปิดเกมบุกแลกกัน แต่ยิงเพิ่มกันไม่ได้ หมดเวลาการแข่งขัน สโต๊ค ซิตี้ แพ้คาบ้านต่อ ลิเวอร์พูล 1-2