อาคมแบ่งงานรมช.คมนาคมคนใหม่

‘อาคม’ แบ่งงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ดูแล36โครงการ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ว่าที่ประชุมได้มีการหารือ เกี่ยวกับผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้โดยได้หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว สปป.ลาว จีน ผ่านเส้นทาง R3A โดยให้สนับสนุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางฯ โดยให้กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ พิจารณาในรายละเอียดเพื่อสนับสนุนโครงการฯ รวมทั้งความเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

ขณะเดียวกันในวันนี้ได้แบ่งงานให้นาย พิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ให้ดูแลหน่วยงานในสังกัด คือ กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก.บริษัท ขนส่ง จำกัดบขส.การรถไฟแห่งประเทศไทยร.ฟ.ท.บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และการท่าเรือแห่งประเทศไทย กทท.รวมถึงทางด้านการขนส่งทางน้ำด้วยและในปี2560 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครใหม่จะต้องเร่งดำเนินการคือ โครงการในแผนปฏบัติการกระทรวงคมนาคมจำนวน36โครงการ

ยาทรามาดอล อันตรายถึงชีวิตเมื่อใช้ผิดประเภท

ยังมีข่าวของวัยรุ่นที่นำเอายาแก้ปวด ทรามาดอล มาผสมกับยาอื่นๆ จนกลายเป็นของมึนเมา ออกมาให้เราเห็นกันได้อยู่เรื่อยๆ ที่น่าสงสัยคือ ทรามาดอล เป็นยาควบคุมพิเศษ ที่แม้แต่แพทย์ยังสามารถสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วยด้วยจำนวนจำกัด แต่กลับพบยาทรามาดอลวางขายเกลื่อนตามในออนไลน์ โดยที่ไม่มีการสั่งจ่ายอย่างถูกต้องจากแพทย์ หรือมีการจำหน่ายอย่างถูกต้องจากเภสัชกรแต่อย่างใด

เรื่องการซื้อขายอย่างไม่ถูกต้อง ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วกันเนอะ แต่สำหรับเราที่เป็นผู้บริโภค เรามาทำความรู้จักยาทรามาดอลกันให้มากขึ้นกว่านี้อีกนิดจะดีกว่า

ยาทรามาดอล คืออะไร?

ยาทรามาดอล ตามปกติแล้วเป็นยาแก้ปวด ที่ใช้รักษาอาการปวดระดับปานกลาง ถึงขั้นรุนแรง แพทย์จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วย ที่มีอาการปวดจากโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ที่ไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้จากการใช้ยาแก้ปวดจำพวกพาราเซตามอล หรืออื่นๆ ทั่วไป นอกจากใช้ยาตัวนี้เดี่ยวๆ แล้ว อาจมีการใช้ร่วมกันกับยาแก้ปวดตัวอื่น เพื่อให้ออกฤทธิ์แก้ปวดได้ดียิ่งขึ้น

ทำไม ทรามาดอล ถึงกลายเป็นส่วนผสมของสารที่ทำให้มึนเมา?

เมื่อทรามาดอลเป็นยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์กดการทำงานของประสาท และมีผลทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข คล้ายกันกับการใช้ยามอร์ฟีน (แต่มีความแรงน้อยกว่ามอร์ฟีนประมาณ 10 เท่า) ด้วยความรุนแรงที่น้อยกว่า ถึงทำให้ยาทรามาดอล ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของยาเสพติดให้โทษเหมือนมอร์ฟีน และยังสามารถจำหน่ายตามร้านขายยาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาทรามาดอลยังจัดว่าเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ถูกจำกัดการสั่งจ่ายจากแพทย์ และเภสัชกร

อันตรายจากการใช้ยาทรามาดอล

นอกจากยาทรามาดอลจะมีฤทธิ์กดการทำงานของประสาทแล้ว ยังเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาท อย่างเซโรโทนิน และ นอร์อิพิเนฟริน เมื่อสารทั้งสองตัวนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นที่บริเวณไขสันหลัง ก็จะช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน

แต่หากรับปริมาณของยาทรามาดอลมากจนเกินไป อาจส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการมือไม้สั่น มีไข้ กลืนลำบาก กล้ามเนื้อเกร็งตัว หรืออาจเกิดอาการทางประสาท เช่น สับสน ประสาทหลอน และหวาดระแวง นอกจากนี้ยังอาจมีอาการใจสั่น ปวดศีรษะ และหากรุนแรงอาจมีอาการชัก หรือเสียชีวิตได้

ความรุนแรงมากน้อยของการใช้ทรามาดอลในปริมาณและวิธีที่ไม่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ว่าในพันธุกรรมมียีนส์ที่สามารถทำลายยาทรามาดอลได้หรือไม่ ไตทำงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน ปริมาณของยาที่ทานเข้าไป และการใช้ยาทรามาดอลร่วมกับยาอื่นๆ ที่อาจเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาให้รุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม เช่น การใช้ยาทรามาดอลกับแอลกอฮอล์ หรือยาแก้แพ้ อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่อระบบประสาท อาจกดประสาทจนไม่รู้สึกตัวได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ตัวของยาทรามาดอลเอง มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ต้องการระงับความเจ็บปวดจากโรคภัยไข้เจ็บได้ดี แต่หากมาใช้ในทางที่ผิด อาจมีผลทำให้เกิดอาการผิดปกติทางประสาท สูญเสียการควบคุม ไปจนถึงหมดสติ หรือเสียชีวิตได้เช่นกัน หยุดการใช้ยาผิดประเภท เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรักกันดีกว่าค่ะ

9 สัญญาณอันตราย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคเบาหวานเท่านั้นที่อยู่ในภาวะน้ำตาลสูง จนเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คนธรรมดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทานอาหารตามใจปาก และไม่เคยตรวจร่างกาย ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จนหมดสติ หรือเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

ร่างกายส่งสัญญาณเตือนอะไรบ้าง เพื่อแจ้งเราว่าเรากำลังอยู่ในภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง มาดูกันค่ะ

9 สัญญาณอันตราย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

เหนื่อย หรืออ่อนล้าผิดปกติ

หิวโหย อยากทานอาหารมากขึ้น

กระหายน้ำบ่อย

ปัสสาวะบ่อย

สายตาพร่ามัว ตาลาย

ปวดมวนในท้องอย่างไร้สาเหตุ

ผิวแห้ง และคัน

ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว เหมือนคนเป็นไข้หวัด

เป็นแผล แล้วแผลหายช้า ติดเชื้อ อักเสบได้ง่าย

สาเหตุของระดับน้ำตาลที่สูงขึ้น

– ทานอาหารมากเกินไป

– ฉีดอินซูลินน้อยเกินไป หรือไม่ได้ฉีด

– ทานยาเบาหวานชนิดเม็ดน้อยเกินไป หรือไม่ได้ทาน

– อยู่ในภาวะป่วย

– ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ

– อยู่ในสภาวะเครียด

– ทานอาหานที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไป

– พักผ่อนไม่เพียงพอ

หากอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ต้องทำอย่างไร?

ควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อช่วยเจือจางน้ำตาลในเลือด จากนั้นลองตรวจเลือดเพื่อวัดระดับน้ำตาลเพื่อให้แน่ใจว่าสูงขึ้นจริง แล้วค่อบฉีดอินซูลิน หรือทานยา หากผู้ป่วยไม่มีประวัติเป็นเบาหวาน ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน หากไม่รีบรักาอาจมีอาการชักกระตุก หรือหมดสติได้

เรื่องของน้ำตาลในเลือด เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวล เพราะคนที่เป็นเบาหวานก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ้วน ทุกอย่างเกิดขึ้นจากพฤติกรรมในการทาน การชีวิต และกรรมพันธุ์ ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าอาจอยู่ในภาวะเสี่ยง ควรรีบตรวจร่างกายเพื่อระวังภัยให้ตัวเองก่อนเป็นอะไรร้ายแรงจะดีที่สุดค่ะ

พณ.เดินหน้าผลักดันเกษตรอินทรีย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันเกษตรอินทรีย์ ใช้ ยโสธรเป็นจังหวัดต้นแบบ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายในการผลักดันเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรยกระดับรายได้ และสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรของประเทศ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรจึงได้ส่งเสริมการทำการเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง

โดยกระทรวงพาณิชย์ จะใช้จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดต้นแบบ เพราะเป็นแหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ มีศักยภาพทางการผลิตเกษตรอินทรีย์ ครบวงจรทั้งข้าว ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ตลอดจนปศุสัตว์ รวมทั้ง มีความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ และมีการบูรณาการงานด้านเกษตรอินทรีย์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การผลิตแปรรูป รวมไปถึงการตลาดสร้างมูลค่าแก่จังหวัดและประเทศจำนวนมาก

ทั้งนี้ ตลาดการค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วโลกมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท และมีอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 20 ต่อปี โดยประเทศไทยมีมูลค่าตลาดเกษตรอินทรีย์ประมาณ 2,300 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตกว่าร้อยละ 10 ต่อปี คิดเป็นการส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

หุ้นUSปิดลบ,น้ำมันขึ้น1$,ทองขึ้น7.60$


ปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมา ปิดลบในกรอบแคบๆ น้ำมัน เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ ส่วน ทองคำ เพิ่มขึ้น 7.60 ดอลลาร์

ปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมา ปิดลบในกรอบแคบๆ จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคารและอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้ดีดตัวขึ้นอย่างแรง นับตั้งแต่รู้ผลศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกา

ดาวโจนส์ ลดลง 8.83 จุด (0.04 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 19,843.41 จุด
เอสแอนด์พี ลดลง 3.96 จุด (0.18 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,258.07 จุด
แนสแดค ลดลง 19.70 จุด (0.36 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 5,437.16 จุด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ ไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 1.19 ดอลลาร์ ปิดที่ 55.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาทองคำปิดบวกพอสมควร จากแรงช้อนซื้อของนักลงทุน หลังหนึ่งวันก่อนหน้านี้ร่วงลงหนัก ตามหลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ย โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 7.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,137.40 ดอลลาร์

“เห็ดเมา” อาจช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตผู้ป่วยเป็นมะเร็งได้

ผลการศึกษาวิจัยระบุว่าเห็ดเมาดูจะมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายความกระวนกระวายใจและความเศร้าซึมของผู้ป่วยเป็นมะเร็ง

ผลสรุปที่ว่านี้มาจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins และมหาวิทยาลัย New York

นักวิจัยพบว่าการให้สาร psilocybin ซึ่งเป็นสารประกอบในเห็ดเมาที่ทำให้ประสาทหลอน สามารถผ่อนคลายอาการทางจิตของผู้เป็นโรคมะเร็งได้นานถึง 6 เดือน

ศาสตราจารย์ Roland Griffiths ซึ่งสอนวิชา Behavioral Biology ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Johns Hopkins บอกว่า แม้จะให้ psilocybin เพียงขนานเดียว ก็ช่วยลดความเศร้าซึมและความกระวนกระวายได้นานระหว่าง 4-6 ชั่วโมง และเห็นว่าอาจเป็นวิธีใหม่สำหรับบำบัดอาการโรคจิตได้

แต่นักวิจัยเตือนว่า การศึกษาวิจัยนี้ทำในสภาพที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด และมีการติดตามดูตลอดเวลาโดยผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมทางการแพทย์ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ร่วมงานวิจัยก็เล็กมาก โดยมีผู้เข้าร่วม 51 คนที่ Johns Hopkins และเพียง 29 คนที่ New York

สำหรับผลในเชิงบวกนั้น นอกจากจะช่วยลดความรู้สึกเศร้าซึมและความวิตกกระวนกระวาย โดยเฉพาะในเรื่องความตายแล้ว นักวิจัยรายงานว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งบอกว่า คุณภาพชีวิตของตนดีขึ้น มีความหมายในชีวิตและมองโลกในทางดีขึ้นด้วย

และดูเหมือนว่าประโยชน์ที่ว่านี้มีอยู่ได้นานอย่างน้อย 6 เดือน โดย 80% ของผู้ร่วมงานวิจัยบอกว่า มีความรู้สึกเศร้าซึมน้อยลง ในขณะที่ความวิตกกระวนกระวายลดลง 60%

และ 83% รายงานว่า มีความรู้สึกสบายหรือมีความพอใจกับชีวิตของตนมากขึ้น ในขณะที่ สองในสามของบอกว่า ทำให้ประสบการณ์ในชีวิตของตนมีความหมาย รวมทั้งทางจิตใจด้วย

แต่เมื่อมีผลเชิงบวกก็ต้องระมัดระวังเชิงลบด้วย โดยราวๆ 15% ของผู้ร่วมการวิจัยบอกว่า มีอาการคลื่นเหียนหรืออาเจียนออกมา ในขณะที่ 30% มีความรู้สึกไม่สบายใจหลังการรับสารประกอบ psilocybin และในอัตราเดียวกัน มีความดันโลหิตสูงขึ้น โดยมีบ้างที่บอกว่าปวดศีรษะ

น้ำมันดิบตกหลัง FED ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ไทยออยล์ เผย น้ำมันดิบตกหลัง FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และ Stock น้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ โอกลาโฮม่าปรับเพิ่ม

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์น้ำมันปิดตลาดประจำวันที่ 14 ธ.ค. 2559 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลง 1.94 เหรียญ มาอยู่ที่ 51.04 เหรียญ ส่วน น้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลง 1.82 เหรียญ มาอยู่ที่ 53.9 เหรียญ โดยน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 0.50-0.75% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สองในรอบปี และคาดการณ์ว่าจะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2560 อีกราว 3 ครั้ง เพื่อชดเชยความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ หากมีการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจของ นาย Donald Trump ภายในประเทศ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้เงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ แข็งค่า และราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินนี้ดูมีราคาแพงต่อผู้ค้าและนักลงทุนที่ใช้สกุลเงินอื่นเป็นสกุลเงินหลัก

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ธ.ค. ลดลงราว 2.6 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่งโอกลาโฮม่า กลับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล เป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านกลุ่มประเทศโอเปก (OPEC) คาดอุปทานน้ำมันดิบปี 2017 จะปรับเพิ่มหากการปฏิบัติตามข้อตกลงว่าด้วยเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตไม่เกิดขึ้นจริงทั้งภายในกลุ่มประเทศโอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก โดยคาดว่าหากกำลังการผลิตยังอยู่ในระดับคงที่จะมีอุปทานส่วนเกินจากกลุ่มประเทศโอเปก ราว 1.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียออกมาแสดงเจตจำนงที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 300,000 บาร์เรลต่อวันสู่ระดับการผลิตที่ 10.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในหกเดือนแรกของปี 2560

ครั้งแรก! ในไทย “ซีไอเอ็มบี” เปิดแบงก์ในเซเว่นฯ ทำหุ้นพุ่งพรวด ซิลลิงสนิท

วันนี้(15 ธ.ค. 59) หุ้นธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT)ดีดขึ้นอย่างโดดเด่น โดยราคาปรับตัวขึ้นชนเพดานสูงสุด30% (ซิลลิง)เพียงไม่กี่นาทีแรกของการซื้อขาย โดยเปิดที่ 1.19 บาทและพุ่งพรวดขึ้นไปชนเพดาน 29.81% อยู่ที่ 1.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.31 บาท มูลค่าซื้อขาย 60.93 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.07 น.

ปัจจัยที่สนับสนุนให้หุ้น CIMBT เป็นที่สนใจของนักลงทุน เนื่องจากในวันนี้ นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จะแถลงข่าว “ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารแรกที่เปิดบริการในเซเว่นอีเลฟเว่น”

ทั้งนี้ เซ่ว่นฯมีความพยายามที่จะให้บริการทางการเงินมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาสำเร็จกับธนาคารซีไอเอ็มบีไทยฯ แต่จะต้องติดตามว่าสาขาของเซเว่นฯจะให้บริการทางการเงินอะไรได้บ้าง นอกจากการรับฝากเงินจากประชาชนเท่านั้น

ภูเก็ตเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบิน

ท่าอากาศยานภูเก็ต เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสัมภาระลงทะเบียนเข้ม ตั้งเครื่อง X-Ray เพิ่ม

ท่าอากาศยานภูเก็ต แจ้งว่า ทางท่าอากาศยานจะดำเนินการปรับเปลี่ยนมาตรการการรักษาความปลอดภัยสัมภาระลงทะเบียน ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เป็นแบบ Terminal screening เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ประกอบการ และผู้ที่ไปใช้บริการ โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่อง Conventional X-Ray และเครื่อง Walk Through Metal Detector (WTMD) เพิ่มเติม และปรับเปลี่ยนเส้นทางการเข้า-ออก อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก. โดยกำหนดจุดติดตั้งเครื่อง X-Ray ไว้บริเวณชั้น 3 ประตูหมายเลข 1 หมายเลข 3 บริเวณก่อนประตูทางเข้า ขาออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ บริเวณชั้น 1 ประตูหมายเลข 2 หมายเลข 5 บริเวณ นอกจากนี้ ได้ปรับเส้นทางเชื่อมระหว่างทางเข้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 2 และอาคารจอดรถยนตร์ 5 ชั้น ให้เป็นประตูทางออกจากอาคารผู้โดยสาร สำหรับการปรับเปลี่ยนมาตรการการรักษาความปลอดภัยสัมภาระลงทะเบียนเป็นแบบ Terminal Screening ด้งกล่าวจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม อาจเกิดความไม่สะดวกขึ้นที่บริเวณชานชาลาขาออกชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขอความร่วมมือผู้โดยสารควรเผื่อเวลาในการเดินทางไปยัง ทภก.อย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบินสากลและมาตรการการรักษาความปลอดภัย

กสทช. เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ฯ ร่วม 4 องค์กร เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน รวม 46.7 กิโลเมตร

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. และ 4 องค์กร ประกอบด้วย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รองรับปริมาณความต้องการใช้งานในสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล และรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน

โดยในปี 2560 จะมี 2 เส้นทาง ที่ทุกหน่วยงานจะร่วมกันนำสายสื่อสารลงใต้ดิน คือ ถนนราชปรารถ และพระรามที่ 1 ระยะทางแต่ละเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. จะร่วมมือกับ กฟน. ปรับเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้านำลงใต้ดิน ซึ่งขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ โครงการปทุมวัน จิตรลดา พญาไท (เพิ่มเติม) โครงการนนทรี โครงการพระราม 3 โครงการรัชดาภิเษก – พระราม 9 และโครงการรัชดาภิเษก – อโศก ระยะทางรวม 46.7 กิโลเมตร ระยะเวลาดำเนินการ 5 – 10 ปี ตามนโยบายรัฐบาล

พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดระเบียบสายสื่อสารประจำปี 2560