สรท.แถลงส่งออก30พ.ย.คาดQ4โต0%

สรท. แถลงส่งออก 30 พ.ย. คาดไตรมาส 4 โต 0% ทั้งปี 0.5% แนะเอกชนนำไอทีสร้างแต้มต่อ

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า วันที่ 30 พ.ย. ทางสภาผู้ส่งออกจะแถลงตัวเลขส่งออกเดือนตุลาคม และแนวโน้มใน 2560 ทางนี้มองว่า ไตรมาส 4 ปี 2559 การส่งออกของไทยจะขยายได้ดีสุดคือ 0% หรือไม่ขยายตัว และหากมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 17,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้ตัวเลขส่งออกทั้งปีโตขยายตัวได้ 0.5%

นอกจากนี้ นายนพพร กล่าวอีกว่า ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนจากนี้ไป อยากให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี เพราะในอนาคตจะแข่งขันกันที่ความรวดเร็ว รวมถึงเป็นการลดต้นทุนให้กับองค์กรอีกด้วย

ญี่ปุ่นใจดี! ยกรถไฟมือสองให้ไทยฟรี รับมอบล็อตแรก 24 พ.ย.นี้

“วุฒิชาติ” เผยผลเจรจาญี่ปุ่นฉลุยได้รับรถไฟโดยสารมือสองสภาพดีมาใช้งานฟรี 24 คัน ดีเดย์ล็อตแรก 10 คันรับ 24 พ.ย.นี้ ที่เหลือมาถึงไทยมีนาคมปีหน้า ด้านรถไฟดีเซลไฟฟ้าขบวนใหม่ 4 เส้นทาง คาดรายได้ค่าโดยสารทะลุ 3,500 ล้านบาท

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ถึงผลการเดินทางไปเจรจากับญี่ปุ่นต่อกรณีขอรถไฟโดยสารมือสองสภาพดีมาใช้งานในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 นี้จะได้รับรถจำนวน 10 คันแรกมาให้บริการ ส่วนล็อตที่ 2 อีกจำนวน 14 คันจะได้รับในเดือนมีนาคม 2560

“ในครั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นให้ฟรี ส่วนร.ฟ.ท.จะต้องออกค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเองทั้งหมด ซึ่งรถที่ได้มาจะนำไปใช้งานในเส้นทางต่างๆ ส่วนการบำรุงรักษานั้นร.ฟ.ท.จะต้องออกค่าใช่จ่ายเองทั้งหมดเช่นกัน ดังนั้นปี 2560 ก็จะมีปริมาณรถโดยสารให้บริการมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันที่มีกว่า 200 คัน”

นอกจากนั้นยังกล่าวถึงความสำเร็จของการเปิดให้บริการเดินรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานีไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีประชาชนแห่จองใช้บริการเต็มไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ส่วนอีก 2 เส้นทางคือกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ และ กรุงเทพฯ-หนองคาย นั้นกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 2 ธันวาคม 2559 นี้โดยทั้งหมด 115 ตู้แบ่งเป็น 9 ขบวนๆละ 13 ตู้มีจำนวน 8 ขบวนและ 11 ตู้อีก 1 ขบวน

“มั่นใจด้านการให้บริการมากขึ้นเนื่องจากพบว่ามียอดการจองโดยสารยาวไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้ซึ่งร.ฟ.ท.ต้องขออภัยหากผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเรื่องการจองตั๋วเดินทางในช่วงนี้ซึ่งร.ฟ.ท.จะพยายามอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด โดยขบวนใหม่จะบรรจุในเส้นทางไป-กลับวันละ 1 เที่ยวแล้วยังมีรถโดยสารรูปแบบอื่นคอยให้บริการอีกด้วยและในอนาคตหากได้รับการตอบรับที่ดีก็จะเร่งจัดหารถเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องต่อไป”

ปัจจุบันร.ฟ.ท.ทยอยรับมอบรถขบวนใหม่อย่างต่อเนื่องพร้อมกับการเร่งจัดหาหัวรถจักรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการ อีกทั้งยังมีรถโดยสารรุ่นใหม่รูปแบบรถดีเซลไฟฟ้าเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็จะเร่งจัดหาเข้ามาให้บริการโดยเร็วต่อไป

สำหรับการปรับเพิ่มค่าโดยสารนั้นช่วง 6เดือนนี้ยังจะไม่ปรับเพิ่มแต่อย่างใดเพราะจะเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ใช้บริการ หลังจากนั้นจะขอประเมินผลการตอบรับด้านการให้บริการรถไฟขบวนนี้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนโดยคาดว่าพ้น 6 เดือนไปแล้วจึงจะพิจารณาปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารส่วนการเพิ่มปริมาณผู้โดยสารคาดว่าจะเพิ่มอีกไม่น้อยเช่นกันเมื่อเทียบกับปริมาณตู้โดยสารขนาดขบวนเดิมที่คิดเป็นประมาณ 70% ส่วนรถไฟขบวนใหม่ตู้โดยสารมากถึง 13 ตู้หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของขบวนเดิม

“ค่าโดยสารจะขอประเมินช่วงระยะเวลาให้บริการ 3 เดือนแรกนี้ก่อนจากนั้นจะพิจารณาปัจจัยหลายด้านที่เกี่ยวข้อง อาทิ ต้นทุนกับของเดิมที่มีอยู่ ความสะดวกสบายที่ให้บริการ ตลอดจนการแข่งขันของระบบขนส่งมวลชนอื่นๆประกอบด้วยแต่ก็คงไม่ปรับสูงมากเกินไป ทั้งนี้เมื่อความจุของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ประชาชนหันมาใช้บริการมากขึ้นจะส่งผลให้รายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท/ปี คาดว่าจะเพิ่มอีกราว 300 ล้านบาทเมื่อสามารถเปิดให้บริการรถไฟขบวนใหม่ครบทั้ง 4 เส้นทาง”

กระทะเทฟล่อน เสี่ยงมะเร็ง?

ต้องขอบคุณนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านได้อุปกรณ์ทำครัวดีๆ ที่อำนวยความสะดวกให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ดันมีอีกกระแสหนึ่งออกมาต่อต้านกระทะเทฟล่อน กระทะที่ทอดแล้วอาหารไม่ค่อยติดกระทะ และแทบไม่ต้องใช้น้ำมันว่า อาจทิ้งสารก่อมะเร็งไว้กับอาหารได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คำตอบจากนพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ พบ. วว.ศัลย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอก อว.เวชศาสตร์ครอบครัว มาฝากกันค่ะ

กระทะเทฟล่อน มีสารก่อมะเร็งจริงไหม?

ก่อนอื่นกระทะเทฟล่อน คำว่า “เทฟล่อน” เป็นชื่อทางการค้า (Teflon® ) เหมือนบะหมี่กึ่งสพเร็จรูปยี่ห้อ “มาม่า” หรือผงซักฟอก “แฟ้บ” นะคะ ชื่อจริงของเทฟล่อนที่เคลือบกระทะ คือ พีทีเอฟอี. (polytetrafluoroethylene – PTFE) เป็นสารที่เสถียรและทนความร้อนความเย็นดีมาก นอกจากจะใช้เคลือบกระทะแล้วยังใช้เคลือบเสื้อผ้าและสิ่งทออีกหลายอย่างที่เราสวมใส่อยู่

หากถามว่าสาร พีทีเอฟอี ทีสารก่อมะเร็งหรือไม่ ต้องตอบว่า “ไม่มี” ทั้งการรายงาน ผลการทดลอง งานวิจัยต่างๆ ยังไม่มีออกมาให้เห็นเลย

แต่ได้ข่าวว่ากระทะเทฟล่อนถูกสั่งให้หยุดการผลิตในอเมริกา?

การผลิตกระทะเทฟล่อนในอเมริกา ใช้สารอีกตัวที่ชื่อว่า พีเอฟโอเอ มาเผาในขั้นตอนการทำกระทะเทฟล่อน แม้ว่าจะไม่มีสารตกค้างในกระทะ แต่ทิ้งสารตกค้างตามสิ่งแวดล้อมรอบโรงงาน องค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐจึงทำข้อตกลงกับผู้ผลิตให้หยุดใช้สารตัวนี้ในการผลิตกระทะเทฟล่อน แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนแล้ว ณ ขณะนี้จึงแทบจะไม่มีกระทะเทฟล่อนที่ผลิตด้วยสารตัวนี้อีกแล้ว

แล้วเจ้าสาร พีเอฟโอเอ เป็นสารก่อมะเร็งไหม?

ใครที่ซื้อกระทะเทฟล่อนจากอเมริกามานานหลายปีอาจยังกลัวอยู่ ต้องขอตอบว่า องค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐไม่ได้จัดให้สารตัวนี้เป็นสารก่อมะเร็ง แต่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งระดับ 2B หมายความว่าหากได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมากๆ อาจก่อมะเร็งได้จริง แต่อยู่ระดับที่ยังน้อยกว่าสารก่อมะเร็งในไส้กรอก เบคอน แฮม ที่ถูกจัดให้มีสารก่อมะเร็งอยู่ในระดับ 2A พร้อมผลงานวิจัยทางวิทศาสตร์ที่ยืนยันชัดเจนว่ามีสารก่อมะเร็งจริงเสียอีก

ดังนั้นขอให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านใช้กระทะเทฟล่อนได้อย่างสบายใจกันต่อไปนะคะ แต่ขอให้มั่นใจว่ากระทะเทฟล่อนที่ซื้อมา ผลิตจากโรงงาน และผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือจริงๆ แบะเป็นของแท้ ไม่ใช่ของเลียนแบบยี่ห้อดังอีกที เพราะไม่อย่างนั้นอาจรับรองความปลอดภัยไม่ได้ 100% ค่ะ

ตะลึง! บอร์ดอสมท.ยุบ บ. ซี้ดเอ็มคอด เหตุรายได้ทรุดต่อเนื่อง


บอร์ด อสมท แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ยุบบริษัท ซี้ดเอ็มคอท ผลจากรายได้ทรุดต่อเนื่อง เตรียมนำคลื่น FM 97.5 MHz มาบริหารจัดการใหม่

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เผยแพร่หนังสือเพื่อขอแจ้งเลิกกิจ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัดและปรับรูปแบบการบริหารจัดการคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz

โดยได้มีการชี้แจงเหตุผลในการยุบกิจการ บริษัทดังกล่าว เนื่องจาก ด้วยคณะกรรมการ บมจ. อสมท ในการประชุมครั้งที่ 16/2559 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารอำนวยการ 1 บมจ. อสมท เลขที่ 63/1 ถ.พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ได้มีมติ

เห็นชอบการเลิกกิจการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ. อสมท ถือหุ้นร้อยละ 49 โดยประกอบธุรกิจในการบริหารจัดการวิทยุ FM 97.5 MHz การผลิตรายการโทรทัศน์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจจากการลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แตกต่างจากสถานีวิทยุที่ บมจ. อสมท ดำเนินการเองที่ยังคงสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

บมจ. อสมท จึงพิจารณาเห็นว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินกิจการต่อไปได้โดย บมจ. อสมท จะนำคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz มาบริหารจัดการและปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ฟังที่เปลี่ยนไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายใต้การบริหารงานของบมจ.อสมท เอง ทั้งนี้จะได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีบริษัทให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

โดยหนังสือดังกล่าว มีนางสาวธนพร ทวีพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเลขานุการบริษัท เลขานุการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ เป็นผู้ลงนาม

อะฟลาทอกซิน สาเหตุมะเร็งตับ ไม่ได้มีแค่ในถั่ว

หลายคนน่าจะทราบกันว่า เชื้อราที่มีชื่อว่า “อะฟลาทอกซิน” พบมากในถั่วลิสง เมื่อมีการเก็บถั่วลิสงเอาไว้ในภาชนะ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็จะเป็นเหตุให้ถั่วขึ้นรา โดยที่เราอาจมองไม่เห็น แต่เมื่อเราทำมาปรุงอาหารโดยทีผ่านความร้อนไม่เพียงพอ ก็อาจเป็นสาเหตุของโรคตับ และมะเร็งตับในเวลาต่อมาได้

แต่ใช่ว่าอะฟลาทอกซินอันแสนอันตรายนี้จะอยู่ในถั่วอย่างเดียว ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ต้องเก็บรักษาอย่างระมัดระวัง ก่อนนำมาปรุงอาหาร

อะฟลาทอกซิน พบได้ในอาหารชนิดใดบ้าง?

อะฟลาทอกซิน สามารถพบได้ในถั่วแห้ง ธัญพืช และเมล็ดพืชน้ำมันต่างๆ เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มะพร้าว สมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ที่เก็บรักษาไว้ในภาชนะ หรือสภาพแวดล้อมที่ชื้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากการเกษรตร เช่น มันสำปะหลัง และพืชที่อยู่ในดิน รวมไปถึงพืชที่ถูกนำไปแปรรูปทุกชนิด อาจพบเชื้อราอะฟลาทอกซินปนเปื้อนอยู่ได้เช่นกัน เพราะเชื้อราชนิดนี้ทนต่อทุกกระบวนการในการผลิต เก็บเกี่ยว เก็บรักา ไปจนถึงการขนส่งได้


วิธีกำจัดอะฟลาทอกซินในอาหาร

ไม่ว่าเราจะนำไปผ่านความร้อนด้วยตัวเองอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ก็ไม่สามารถกำจัดอะฟลาทอกซินได้ เพราะอะฟลาทอกซินสามารถทนความร้อนได้มากถึง 260 องศาเซลเซียส อะฟลาทอกซินสลายตัวได้เมื่อผ่านความร้อนจากแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หรือจะเป็นวิธีทางเคมีที่ใช้กรดแก่ หรือด่างแก่ แต่ก็ยังไม่มีวิธีไหนที่จะสามารถกำจัดอะฟลาทอกซิน ดังนั้นการเลือกทานอาหารที่มีความเสี่ยงในการพบอะฟลาทอกซินน้อยจะดีที่สุด

วิธีเก็บอาหาร ไม่ให้มีอะฟลาทอกซิน

อะฟลาทอกซินก็คือเชื้อรา ดังนั้นการเก็บอาหารแห้งให้อยู่ในสภาพเดิม ปิดภาชนะให้สนิท เก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเท นำมาตากแดดให้แห้งบ้างเป็นบางครั้ง ลดความชื้นจากภาชนะที่เก็บอาหารให้มากที่สุด และเลือกซื้ออาหารจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารปนเปื้อนอะฟลาทอกซินได้ดีที่สุด

สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง


หลายต่อหลายครั้งที่เห็นคนไข้แล้วเศร้าใจ เพราะเหตุที่คุณผู้หญิงทั้งหลายหันไปรักษามะเร็งด้วยสมุนไพร มาเจอคนไข้อีกทีก็เข้าขั้นระยะรุนแรง หรือหมดทางเยียวยาแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ยิ่งมะเร็งที่เกิดในสตรี เช่น มะเร็งปากมดลูกด้วยแล้ว หากรายไหนหมอบ่งชี้ว่า ควรจะรับการรักษาโดยวิธีรังสีรักษา ก็มักจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยความเข้าใจผิดของผู้ป่วยนั่นเอง

อยากจะบอกคุณผู้หญิงทั้งหลายว่า ผู้ที่เป็นมะเร็ง ไม่ได้แปลว่าตนจะต้องตายสถานเดียว ถ้าตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ

การรักษามาตรฐานที่ใช้กันมี 3 วิธี คือ

1. การผ่าตัดรักษา เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งวิธีการผ่าตัดก็หลากหลายแล้วแต่ชนิดของโรค

2. รักษาโดยยาเคมีบำบัด มักใช้ในโรคมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยกำจัดมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัด หรือเพื่อกันการเกิดซ้ำของโรค โดยหมอจะพิจารณาการใช้ยาเคมีบำบัดอย่างไร ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และปริมาณมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัดหรือขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ ของคนไข้

3. รักษาโดยรังสีรักษา ซึ่งในปัจจุบันอาจจะรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด ซึ่งได้ผลดีในการรักษามะเร็งปากมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม ผลการรักษายังขึ้นกับระยะของโรค ถ้าเป็นระยะแรกโอกาสหายเกือบจะ 100 % สำหรับภาวะแทรกซ้อนของการรักษานั้น พบน้อยมาก เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนจึงแทบจะไม่มี

การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวถือเป็นการรักษาโรคแผนปัจจุบัน ต้องผ่านการศึกษาวิจัยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักทางสถิติและทางวิทยาศาสตร์ มีการทดลองในหลอดแก้วและในสัตว์ พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและใช้ได้ผลในการรักษาจริง ก่อนจะนำมาใช้รักษากับผู้ป่วย โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ อีกทั้งผลงานดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกด้วย

แต่สำหรับการใช้ยาสมุนไพรรักษามะเร็งนั้น ยังไม่มีรายงานผลการรักษาที่เชื่อถือได้ชัดเจน มักพูดกันปากต่อปาก หรือเป็นไปตามกระแสข่าว ทำให้เกิดความหลงเข้าใจผิดไป ยิ่งกว่านั้นยาสมุนไพรบางชนิดยังผสมยาเคมีบำบัดเข้าไปด้วย อาจทำให้คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การกดไขกระดูกมากขึ้น และหากผู้ป่วยรักษาร่วมกับแผนปัจจุบันอีก อาจทำให้การรับยาไม่ได้ตามที่กำหนด จึงเกิดผลเสียในการตอบสนองต่อยาแผนปัจจุบัน และอาจทำให้การรักษาล้มเหลวในที่สุด

พาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าทรงตัว

กระทรวงพาณิชย์ เผย ราคาสินค้า วันนี้ทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันนี้ พบว่า ราคาสินค้าทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยเนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 120 – 125 บาท แต่หากเป็นเนื้อหมูตัดแต่งราคาจะเพิ่มขึ้นอีกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท ไก่สดทั้งตัว ราคากิโลกรัมละ 65 – 70 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.20 – 3.30 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคา ฟองละ 3.10 – 3.20 บาท กุ้งขาว ขนาด 70 – 80 ตัว/กก. ราคากิโลกรัมละ 190 – 220 บาท ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 – 28 บาท ผักบุ้งจีน กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 18 – 20 บาท กวางตุ้ง กิโลกรัมละ 22 – 25 บาท ถั่วฝักยาว มะเขือเทศผลใหญ่ กิโลกรัมละ 32 – 35 บาท แตงกวา กิโลกรัมละ 25 – 28 บาท มะนาว เบอร์ 1-2 ราคาลูกละ 2.50 – 3.00 บาท มะนาว เบอร์ 3-4 ราคาลูกละ 1.50 – 2.00 บาท และพริกขี้หนู กิโลกรัมละ 50 – 60 บาท ต้นหอม กิโลกรัมละ 160 – 170 บาท และ ผักชี กิโลกรัมละ 120 – 130 บาท

กองทัพเรือ – พสกนิกรชาวภูเก็ตร่วมถวายอาลัย

กองทัพเรือ-ชาวภูเก็ต จุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่พ่อหลวง เนื่องในโอกาสครบ 30 วัน แห่งการเสด็จสวรรคต

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พลเรือโท สุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลในสังกัด และจัดเรือ ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนพสกนิกรชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยว กว่า 2 หมื่นคน ร่วมจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 30 วัน แห่งการเสด็จสวรรคต โดยมีนายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฯ บริเวณแหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ข้าราชการตุลาการ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำศาสนาต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 องค์กร ตลอดจน คณะกงสุลและกงสุลกิตมศักดิ์ รวมทั้ง ที่ต่างแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ร่วมกิจกรรมไว้อาลัย ในครั้งนี้

โดยบรรยากาศกิจกรรม แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 30 วัน แห่งการเสด็จสวรรคต ซึ่งจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น

ทั้งนี้ ก่อนพิธีจุดเทียนถวายอาลัยจะเริ่มต้นขึ้นนั้น ที่ในทะเล บริเวณด้านหน้าแหลมพรหมเทพนั้น ได้มีขบวนเรือถวายอาลัย จำนวน 89 ลำ ซึ่งประกอบด้วย เรือจากทัพเรือภาคที่ 3 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ภูเก็ต ศุลกากร ตำรวจน้ำ รวมทั้งเรือยอร์ช ของนักท่องเที่ยว และเรือประมงจากสมาคมชาวประมงภูเก็ต เข้าร่วมขบวน ซึ่งเรือที่ร่วมขบวนทุกลำประดับด้วยธงชาติและไฟรอบลำเรือ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อชาวเรือไทย

จากนั้น นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ร่วมกันร้องเพลงชาติ ในเวลา 18.00 น. รวมทั้งร่วมกันจุดเทียนถวายอาลัยและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

นอกจากนี้ ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงเฉลิมพระเกียรติ โดยวงซิมโฟนิค แบนด์ เยาวชนจังหวัดภูเก็ต กว่า 200 คน รวมทั้งการกล่าวสุนทรพจน์เฉลิมพระเกียรติ ของนักเรียนในจังหวัดภูเก็ตด้วย ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นการรวมใจของพสกนิกรชาวจังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อแสดงความอาลัยและร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อปวงชนชาวไทย

ทรัมป์ พลิกโผ! ปาดหน้า ฮิลลารี คว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่เป็นทางการ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน คว้าชัยชนะไปอย่างพลิกความคาดหมาย แม้ผลโพลหลายสำนักก่อนหน้านั้นจะชี้ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต มีโอกาสเหนือกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ท่ามกลางเสียงยินดีจากผู้ให้การสนับสนุน และความหวั่นเกรงของผู้ที่โหวตให้นางฮิลลารี

ทั้งนี้ ประวัติของ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ ( Donald John Trump) เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1946 ปัจจุบันอายุ 70ปี เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงในรายการเรียลลิตี้โชว์ทางช่องเอ็นบีซี ที่ชื่อ The Apprentice (ที่เขารับตำแหน่งพิธีกรและผู้อำนวยการสร้าง)

ทรัมป์ ได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตหรูหราและเป็นคนพูดจาโผงผาง โดยเขาเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน ของเฟรด ทรัมป์ เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กซิตี

ทรัมป์ เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มีสีสันที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกที่ประกาศลงสมัคร ทรัมป์กลายเป็นข่าวบนหน้าสื่อ ทั้งบุคลิกที่่ดูโผงผาง และนโยบายสุดโต่งที่ออกมาเป็นระยะๆ

เช่น นโยบายจะสร้างกำแพงเพื่อกั้นเม็กซิโกกับสหรัฐฯ เพื่อไมให้แรงงานจากเม็กซิโกเข้ามาที่สหรัฐ นโยบายที่บอกว่าจะให้อเมริกันชนพกปืนได้อย่างถูกกฎหมาย การห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศ เพื่อป้องกันการก่อการร้าย เป็นต้น

ชาวนาเครียด ราคาข้าว-หนี้สินเกือบล้าน ผูกคอตายกลางทุ่งนา

ชาวนาบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เครียดเรื่องราคาข้าว ผูกคอตายกลางทุ่งนา ญาติเผยทำนา 80 กว่าไร่ หนี้สินเกือบล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอตายที่ต้นไม้บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ที่เกิดเหตุพบศพ นายศุภกิจ อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ใช้เชือกไนล่อนผูกกับต้นไม้ จึงได้นำศพส่ง รพ.บางมูลนาก เพื่อชันสูตรศพ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายศุภกิจ ผู้ตายได้ออกไปดูนาข้าวตอน 6 โมงเช้า จนกระทั่งนางอุบล ภรรยาของผู้ตาย เห็นนายศุภกิจไปนานผิดสังเกต จึงได้ออกไปตามที่ท้องนา จนพบว่านายศุภกิจ ผูกคอตายดังกล่าว

จากการสอบถาม นายนิทัศน์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่นายศุภกิจผูกคอตายในครั้งนี้ มีอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ และเครียดในเรื่องของหนี้สินเยอะ มีภาระต้องเลี้ยงดูส่งเสียลูกเรียนถึง 4 คน

เท่าที่ทราบนายศุภกิจเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนาก และ สถาบันการเงิน ต่างๆ รวมแล้ว เกือบ 1 ล้านบาท และข้าวนาปีหอมมะลิ 105 ก็ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะคงไม่มีเรื่องอื่น

ด้าน นายวิทยา อายุ 44 ปี เพื่อนของผู้ตาย เผยว่า ก่อนนายศุภกิจจะเสียชีวิต ได้มาหาตนที่บ้าน และคุยกันเรื่องเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งผู้ตายเปรยๆ ว่า ปีนี้ราคาข้าวไม่ดี หนี้สินก็เยอะ ทำนากว่า 80 ไร่ คงไม่พอใช้หนี้ พอมาเจอปัญหาแบบนี้คงหาทางออกไม่ได้จึงผูกคอตายดังกล่าว

ขณะที่ นางอุบล ภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า สามีไม่ค่อยพูดกับครอบครัวเรื่องการทำนา แต่จะพูดกับบรรดาเพื่อนชาวนาด้วยกันให้ได้ยิน ซึ่งตนเองได้ปลอบใจสามีให้ค่อยๆ ทำไป จนตอนเช้าตนเองได้ไปประชุม กลับมาไม่เจอสามี จึงออกไปตามที่นา จนพบว่าผูกคอตายเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตของนายศุภกิจในครั้งนี้ ทางญาติๆเชื่อว่าน่าจะมาจากสาเหตุหนี้สินเงินกู้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนาก และสถาบันการเงินอื่นอีก รวมแล้วเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งนายศุภกิจได้กู้มาทำนา จนกระทั่งราคามาตกต่ำ จึงตัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีปัญหา