“ไม่ทานแป้ง” ความเชื่อผิดๆ ของคนอยากลดความอ้วน

“ไม่กินข้าวนะ กำลังไดเอตอยู่” ประโยคนี้คุ้นๆ ไหมคะ คุณอาจจะเป็นคนพูดเอง หรืออาจจะได้ยินคนใกล้ตัวพูดกันอยู่บ่อยๆ ไม่กินข้าวในที่นี้ เป็นไปได้ทั้งการ “ไม่กินข้าว แต่กินเกาเหลา สุกี้ ยำ ส้มตำ ฯลฯ” ไปจนถึง “งดมื้ออาหาร” ไปเลย บางคนทำแล้วได้ผล แต่บางคนก็อาจจะไม่ได้โชคดีเสมอไป หากไม่ทานแป้งเลยจะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

แป้งนั้น สำคัญไฉน?

แป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต เป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยคาร์โบไฮเดรตเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแปลงเป็นน้ำตาลกลูโคส มีหน้าที่คอยให้พลังงานแก่ร่างกาย ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ยืน เดิน วิ่ง ทำงาน ออกกำลังกาย ทุกกิจกรรมล้วนแล้วแต่ต้องการพลังงานทั้งสิ้น ดังนั้นหากร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ อาจทำให้เราขาดพลังงานในการทำกิจกรรมดังกล่าว ไม่เรี่ยวแรง สมองไม่แล่น เหนื่อยง่าย หรืออาจถึงขั้นโหยหิว มือสั่น อยากทานอะไรหวานๆ อาการคุ้นๆ ไหม ใครที่หักดิบอดข้าวไปสักพักหลายคน อาจเคยมีอาการคล้ายๆ กันนี้มาแล้ว

อันตรายจากการขาดคาร์โบไฮเดรต

หากเราไม่ทานแป้ง หรือน้ำตาลเลย อะไรจะเกิดขึ้น? แน่นอนว่าอันดับแรกคือ ร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ ขาดพลังงานในการดำรงชีวิต ร่างกายอาจพยายามหาแหล่งพลังงานมาเผาผลาญแทนคาร์โบไฮเดรต โดยการดึงไขมัน และโปรตีนมาเผาผลาญแทน แต่ในเมื่อไขมัน และโปรตีนเป็นตัวที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ สร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง หากโดนดึงมาเผาผลาญพลังงานแทนคาร์โบไฮเดรตอยู่เรื่อยๆ กล้ามเนื้อก็อาจจะลีบแบน ร่างกายซูบผอม ผิวหนังเหี่ยวย่น

นอกจากนี้ เมื่อร่างกายขาดสารอาหารที่สำคัญไป ระบบการทำงานภายในก็จะเริ่มแปรปรวน ภูมิคุ้มกันเริ่มบกพร่อง ตับไตกระเพาะอาหารเริ่มทำงานผิดปกติ รวมไปถึงระบบโลหิต ต่อมน้ำเหลือง และอื่นๆ จึงอาจเป็นช่วงอันตรายที่หลายโรครุมเร้าได้ง่าย เพราะร่างกายจะอ่อนแอ เชื้อแบคทีเรีย และไวรัสอาจเข้ามาก่อโรคให้เราได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทานแป้งเท่าไรต่อวัน ถึงจะพอดี?

สำหรับใครที่ยังอยากลดความอ้วน ลดน้ำหนัก อย่างปลอดภัย ไร้โรค ยังคงต้องจำกัดปริมาณในการทานแป้งนั่นแหละถูกแล้ว แต่ไม่ควรงดทานเลย 100% ควรทานให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เลืออกทานคาร์โบไฮเดรตที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดี มีประโยชน์ และไม่มากเกินไปจนเหลือไปสะสมเป็นชั้นไขมันหนาๆ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

คาร์โบไฮเดรตที่แนะนำ คือ ข้าวที่ไม่ได้รับการขัดสี หรือขัดสีน้อย เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังที่ไม่ฟอกขาว เช่น ขนมปังโฮลวีท รวมไปถึงผักผลไม้ที่มีรสหวานน้อย กากใยอาหารเยอะ อย่างมันเทศ ข้าวโพด ก็ยังทานได้ และดีต่อร่างกาย แต่ควรควบคุมปริมาณไม่ให้มากจนเกินความจำเป็นต่อร่างกาย

คิดง่ายๆ คือใน 1 มื้อ ทานได้ 1 กำปั้นมือ ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ มื้อเย็นจะลดแป้งลงอีกสักนิด และเพิ่มเนื้อสัตว์ และผักผลไม้เข้ามาแทนก็ได้ แต่อย่าถึงกับงดทานแป้ง และน้ำตาลโดยสิ้นเชิง

แต่ถ้าต้องการที่จะลดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่น่าจะส่งผลดีต่อร่างกาย คือ การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไป โดยเราไม่ควรบริโภคเกินวันละ 6 ช้อน เพราะร่างกายจะนำน้ำตาลไปใช้ไม่ทัน ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ทำให้ตับอักเสบ และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดตับแข็งได้ รวมทั้ง น้ำตาลที่เกินจะกลายเป็นไขมันที่สะสมอยู่ตามพุงของเรานั่นเอง

สิ่งสำคัญที่คนอยากผอมมักมองข้าม คือนอกจากการควบคุมปริมาณอาหารที่ทานในแต่ละวันแล้ว เราควรเผาผลาญพลังงานที่มีอยู่ออกไปด้วยการออกกำลังกาย ดังนั้นหากต้องออกกำลังกาย ร่างกายของเราจึงจำเป็นต้องมีพลังงานเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินด้วย ใครทำได้ตามนี้ รับรองว่านอกจากจะได้รูปร่างดีๆ กลับไปแล้ว ยังได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไร้โรคภัยเป็นของแถมไปด้วยแน่นอน

น้ำอุ่นผสมเกลือ ดื่มทุกเช้า ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

บทความดูแลสุขภาพที่ส่งต่อๆ กันมาในโลกอินเตอร์เน็ต หลายครั้งที่ไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด จึงทำให้หลายคนทำตาม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างเรื่องน้ำอุ่นผสมเกลือที่แนะนำให้ดื่มเพื่อล้างพิษทุกเช้า เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ จะเป็นอันตรายต่ร่างกายอย่างไรหรือไม่

ดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือวันละช้อนชา … ระวัง ไม่ควรทำตาม

คือมีคนแชร์เรื่องนี้มาประมาณเดือนนึงแล้ว แนะนำว่าให้เอาเกลือมา 1 ช้อนชา นำไปผสมน้ำดื่มตอนเช้าให้ทำ 7 วันหรือดื่มไปเรื่อยๆ

อ้างว่า สามารถล้างพิษทั่วร่างกาย ฆ่าเชื้อโรคทั่วร่างกาย ทำให้ผิวสวย ปรับเอนไซม์ลำไส้ ทำให้ร่างกายได้รับน้ำชุ่มชื้น

ขอเตือนว่า “ไม่ควรทำตาม”

ในคำแนะนำทางการแพทย์คือ ในแต่ละวัน คนเราไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2300 มิลลิกรัม

ปัญหาคือ คนไทยได้รับโซเดียมในแต่ละวัน เฉลี่ย 3000 มิลลิกรัม ซึ่งเกินขนาดที่แนะนำอยู่แล้ว ทั้งจากเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว และผงชูรส +/- สารกันบูด

เกลือแกง 1 ช้อนชา (5กรัม) มีโซเดียม ประมาณ 2300มิลลิกรัม

นั่นคือได้รวมเป็นวันละ 5300 มิลลิกรัมต่อวัน เกินเข้าไปกันใหญ่

ผลเสียของการได้เกลือมากเกินไป

1.ความดันโลหิตสูง : พอกินเข้าไป เกลือจะดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้ความดันขึ้นได้ , ทำให้เส้นเลือดต้องรับแรงดันเพิ่มขึ้น พอนานๆเลยเป็นความดันสูง

2.ไตวาย : พอเป็นความดันสูง แรงดันไปลงที่ไต

3.ในผู้หญิงผิวเต่งตึง เพราะบวมน้ำ : ถ้าไตขับเกลือทันก็ดีไป แต่ถ้าไตขับเกลือไม่ทัน บางคนผิวจะตึงบวมขึ้นโดยเฉพาะที่ขาของผู้หญิง (บางคนช่วงใกล้ประจำเดือน)

4.น้ำหนักขึ้น : อันนี้ขึ้นจากน้ำที่ติดค้างในร่างกายพร้อมเกลือ

5.หัวใจวาย น้ำท่วมปอด : ในผู้ป่วยที่การทำงานของไตและหัวใจไม่ดีมีปัญหา พอได้โซเดียมเกินมากๆ น้ำจะโดนดึงเข้าเส้นเลือดมากขึ้น หัวใจที่แย่อยู่แล้วปริ่มๆ ทำงานไม่ไหว มารพ.ด้วยน้ำท่วมปอดได้

ที่มาของความเข้าใจผิดนี้ไม่แปลกอะไร

คือพวกนี้มาจากมีคนไปเปิดตารางความต้องการสารอาหารในแต่ละวัน

พอเปิดเจอว่าโซเดียม อยู่ที่ 2300 มิลลิกรัม ก็คำนวณกลับมาเป็นเกลือแกง1ช้อนชา แล้วก็ไปแนะนำให้ชงดื่ม … โดยลืมไปว่าในแต่ละวันคนเราได้โซเดียมจากอาหารอยู่แล้ว

เปิดโผ หุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ-เงินบาทอ่อนค่า

นักวิเคราะห์มอง เม็ดเงินจาก LTF ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี จะดันดัชนีไปที่ 1,530 จุด กลยุทธ์แนะเลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ-เงินบาทอ่อนค่า

บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ คาดว่า LTF 3 หมื่นล้านบาท ที่จะเข้ามาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนภาพการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในช่วงปลายปี โดยในสัปดาห์นี้สามารถคาดหวังเม็ดเงิน LTF ก้อนใหญ่ที่จะเข้ามาก่อนสิ้นปีได้

จากการประมาณยอดซื้อ LTF ด้วยสมการถดถอย คาดว่าในปี 2559 จะมีเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และตามสถิติแล้วควรเข้ามาในเดือน ธ.ค. อย่างน้อย 45% ของยอดซื้อทั้งปี โดยยอดซื้อ LTF ในช่วง 10 เดือนแรกมีเข้ามาเพียง 2.55 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ยังคงเหลืออีก 4.0 หมื่นล้านบาท ขณะที่สถาบันฯมียอดซื้อในเดือน พ.ย. – 23 ธ.ค.59 เพียง 9.8 พันล้านบาท เท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ดัชนีหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอย่างที่คาดหวัง มอง LTF ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีจะดันดัชนีไปที่เป้าหมายสิ้นปี 1,530 จุด โดยวันนี้น่าจะขึ้นทดสอบ 1,519 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงยังคงเลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ BEAUTY, MEGA เป็น Top Pick และเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า KCE, DELTA และ ดอกเบี้ยขาขึ้น BLA ,SCB และ Commodity Play PTTEP, GUNKUL

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเคลื่อนกรอบจำกัด

บริษัทไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบางและปริมาณการผลิตจากลิเบียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 – 30 ธ.ค. 59 คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่ กรอบ 50 – 54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 52 – 57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด เนื่องจากภาวะการซื้อขายที่เบาบางในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี รวมถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากปริมาณการผลิตของลิเบียที่เพิ่มขึ้นหลังบริษัทน้ำมันสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มผู้ประท้วงในการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันดิบและแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการปรับลดปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก ที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 60 เป็นต้นไป มีส่วนสนับสนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับลดลงในกรอบจำกัดราคาน้ำมันดิบคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบางและปริมาณการผลิตจากลิเบียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ร.ฟ.ท.ชูแคมเปญขบวน-สถานีปลอดบุหรี่สุรา

ร.ฟ.ท. รณรงค์รับมือปีใหม่ ชูแคมเปญ บนรถไฟและสถานีปลอดบุหรี่และสุรา ฟันผู้ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ ตั๋วรถไฟสายเหนือ – ใต้ ยอดจองเต็ม

นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กลุ่มธุรกิจการเดินรถ เปิดเผยภายหลังเปิดกิจกรรมรณรงค์สร้างความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ชูแนวคิด บนรถไฟและสถานี ปลอดบุหรี่และสุรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และ นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ว่า การขายและดื่มสุราบนรถไฟถือเป็นปัญหาใหญ่ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร ซึ่งการรถไฟได้ประกาศควบคุมการดื่มสุราบนรถไฟและสถานีรถไฟ ห้ามไม่ให้มีการเร่ขายสุราบนรถไฟ โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการออกฎหมายนี้ เพราะช่วยให้ปลอดภัย ลดปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากคนเมาขาดสติ เสียงดังรบกวนและอาจเกิดการทำร่ายร่างกันเกิดขึ้น โดย ร.ฟ.ท. ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มขบวนรถไฟให้ปลอดสุรา พร้อมเน้นย้ำพนักงานขับรถ ก่อนขับ แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ โดยผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่บนรถไฟและสถานี มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับผู้ที่ขายหรือดื่มสุรา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจความปลอดภัยประจำการรถไฟทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กองบังคับการตำรวจรถไฟได้ร่วมกับทุกฝ่าย ตั้งจุดบริการและจุดตรวจสอบใหญาทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ หัวลำโพง แอร์พอร์ต ลิงก์ มักกะสัน สถานีรถไฟเชียงใหม่ และสถานีรถไฟหาดใหญ่

นอกจากนี้ นายทนงศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ตั๋วโดยสารรถไฟระหว่างวันที่ 28 – 30 ธันวาคม 2559 ในเส้นทางสายเหนือกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และสายใต้ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ ถูกจองเต็มหมดแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสายอีสาน กรุงเทพฯ – หนองคาย และกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ยอดจองแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้ทำการออกตั๋วโดยสารเพิ่ม พร้อมจัดพ่วงรถโดยสารรถไฟฟรีในเส้นทางสายหลัก ซึ่งในวันที่ 30 ธันวาคม นี้ จะเพิ่มตู้โดยสารกระบวนรถไฟฟรี 10 ตู้ ในเส้นทางกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี, กรุงเทพฯ – อุดรธานี และ 8 ตู้โดยสาร ในเส้นทางกรุงเทพฯ – ศิลาอาสน์ ขณะที่เที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2 – 3 มกราคม ทั้งสายเหนือและสายใต้จองเต็มแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้มีการสำรองขบวนรถพิเศษไว้รองรับการเดินทางของประชาชนเช่นกัน

ก.ท่องเที่ยวแจ้งความหลังเว็บไซต์ถูกแฮก

กระทรวงท่องเที่ยวแจ้งความ หลังถูกกลุ่ม แฮกเกอร์ Anonymous โจมตี ทำเว็บไซต์เสียหาย ชี้ มีผลกระทบ ปชช. ธุรกิจ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันนี้ได้มอบอำนาจให้ ร.ต.สิงหปิญะ วิชานนะ นิติการชำนาญการ ดำเนินการในเรื่องการแจ้งความ หลังจากเว็บไซต์ของกระทรวงได้ถูกกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous โจมตี ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ถือเป็นการละเมิดระบบข้อมูลของส่วนราชการ อาจทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบ เพราะข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 เวลา 21.32 น. จำเป็นต้องปิดระบบชั่วคราว และจากนี้ไปจะมอบหมายให้ ไทยเซิร์ต (ThaiCERT GMS : Government Monitoring System) เข้ามาร่วมวางมาตรการกับกระทรวงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นในอนาคต ซึ่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อประชาชนและธุรกิจโดยทั่วไป ฉะนั้นต้องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง ของระบบข้อมูลให้เป็นอย่างดี

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

กระแสข้าวไรซ์เบอร์รี่กำลังมาแรง และเราก็ยินดีที่จะให้กระแสนี้อยู่ด้วยกันกับคนไทยไปนานๆ เพราะของดีของเด็ดอยู่ในมือคนไทยแล้ว ไม่อยากให้คนไทยต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมอื่นๆ ให้เปลืองเงิน เพราะข้าวดีๆ ในบ้านเราทั้งรสชาติดี และมีประโยชน์มากเสียจนเราไม่อยากให้พลาด

เรามาดูกันดีกว่าว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ได้มาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวหอมมะลิ 105 มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง

 

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

1.มีโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมองและตับ

2.ลดไขมัน คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด

3.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

4.ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง และหัวใจ

5.ป้องกันโรคเหน็บชา

6.มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดเความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

7.แก้ท้องเสีย ท้องร่วง

8.ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม

9.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

10.ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

11.ลดความดันโลหิตสูง

12.มีกากใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการขับถ่าย

 

วิธีการหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้อร่อย

ปกติแล้วข้าวไรซ์เบอร์รี่มักจะสีในแบบที่ยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดติดมาด้วย ดังนั้นจึงอาจทำให้เวลาหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แล้วดูไม่ค่อยฟูขึ้นหม้อเท่าที่ควร และข้าวอาจจะไม่นุ่มมากเท่าข้าวขาว

ใครที่ไม่คุ้นชินกับรสชาติของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในช่วงแรกๆ อาจผสมหุงกับข้าวหอมมะลิอัตราส่วน 1:1 หรืออาจจะลองใส่น้ำในอัตราส่วน 1:2 ก็ได้ แล้วหม้อที่ใช้หุงด้วยค่ะ

หรือจะลองแช่ข้าวในน้ำก่อน 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยหุง ก็จะได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นุ่มขึ้นมาก

ลองหาข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทานกันดูนะคะ รับรองว่าได้ประโยชน์ดีๆ พร้อมกับรสชาติอร่อยๆ ทานเท่าไรก็ไม่มีวันเบื่อแน่นอน

อาหารร้อน เสี่ยงโรค?

ใครๆ ก็บอกให้เรากินร้อน ช้อนกลาง แล้วอาหารร้อนๆ จะเสี่ยงโรคได้อย่างไร? แต่โชคร้ายที่มันเป็นไปแล้ว เพราะผลการศึกษาล่าสุด ระบุว่า การรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการทำด้วยความร้อนสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ และยิ่งผ่านกระบวนการทอดซ้ำ ก็ยิ่งเป็นอันตรายเพิ่มขึ้น

หลายคนอาจเถียงว่า “นั่นเขาหมายถึง อาหารประเภามันๆ ทอดๆ หรือเปล่า?” นั่นก็ถูกต้อง อาหารที่ทอดในน้ำมันปริมาณมาก และใช้ความร้อนค่อนข้างสูง หรือที่เรียกว่า Deep-Fried ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่ง ไก่ทอด หมูทอด กล้วยทอด หรืออื่นๆ หากทานในปริมาณมากอาจทำให้อ้วน น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ไขมันพอกตับ ไปจนถึงเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจได้

แต่จากผลการศึกษาล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้มีการนำมาเผยแพร่ใน Journal Nutrition นั้น ระบุว่า สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหากลับกลายเป็นอุณหภูมิ หรือความร้อนที่เราใช้ในการทำอาหาร มากกว่าปริมาณของน้ำมัน

Raj Bhopal ผู้เขี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Edinburgh กล่าวว่า เมื่ออาหารโดนความร้อนสูง จะทำให้เกิดสารประกอบบางอย่าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงอยู่ที่อุณหภูมิ พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อเราทำอาหารด้วยกรรมวิธีที่ต้องใช้ความร้อนสูง จะมีสารเคมี ที่เรียกว่า NFC หรือ neo-form comtaminants ซึ่งในกลุ่มนี้รวมถึงกรดไขมันทรานส์ หรือ trans fat ที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจด้วย ยิ่งใช้ความร้อนสูง ก็ยิ่งทำให้มีไขมันทรานส์สูงในอาหารด้วยนั่นเอง

นักวิจัยเชื่อว่า อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันและความร้อนสูง เป็นสาเหตุของอัตราการเกิดโรคหัวใจที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในทวีปเอเชียใต้ เช่น ประเทศปากีสถาน อินเดีย บังคลาเทศ ภูฏาน มัลดีฟ และศรีลังกา ซึ่งพบว่า ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของประชากรเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

ดังนั้น คำเตือนที่ว่า “กินร้อน ช้อนกลาง” ยังคงใช้ได้ผลอยู่ แต่อาจจะต้องเพิ่งเคล็ดลับอีกนิดว่า “ต้องปรุงด้วยความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ร้อนจนเกินไป” อีกด้วย เพราะฉะนั้นอาหารที่ผ่านความร้อนไม่สูงมาก แต่ผ่านความร้อนไม่นาน เช่น ผัด ย่าง และเลือกอาหารที่สุกง่ายเข้าไว้ เช่น ปลา ไก่ ก็อาจจะเป็นทางเลือกของคนที่รักสุขภาพหลายๆ ท่านได้ค่ะ

ทำไม? คนไทยถึงเสียชีวิตจากมะเร็ง มากเป็นอันดับ 1

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตดับหนึ่งของคนไทยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น พบผู้ป่วยรายใหม่ราว 120,000 คนต่อปี แนะเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย ไม่เครียด พักผ่อน ให้เพียงพอ ออกกาลังกายสมํ่าเสมอ ช่วยลดเสี่ยงโรคได้

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า โรคมะเร็ง เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ของเซลล์ในร่างกาย ส่งผลทําให้เซลล์เจริญเติบโตและเพิ่มจํานวนอย่างรวดเร็ว ในปริมาณมากกว่าปกติ ถ้าเซลล์พวกนี้ เกิดอยูในอวัยวะใด ก็จะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมนํ้าเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยจาก สถิติพบว่า โรคมะเร็งเป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 รองลงมาคือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข ยังพบว่า คนไทยเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชัวโมงละเกือบ 7 ราย

ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสําคัญ ที่ทําให้เกิดโรคมะเร็งมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็ง ที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม เป็นต้น รวมถึงการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิดและปัจจัยจากภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติ ทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกนและภาวะทุพโภชนา เป็นต้น

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสําราญ ผ้อํานวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมวา โรคมะเร็งถึงแม้จะเป็นโรคร้าย แต่เราสามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกนและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ ด้วยการเลือกทานอาหารมีประโยชน์ หลากหลาย ผักผลไม้ ตรวจร่างกายเป็นประจํา ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กซ์มัว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้า ไม่กินปลานํ้าจืดดิบ หลีกเลี่ยงการรับมลพิษจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมและในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ หากมีความจําเป็นต้องสัมผัส สารพิษหรือสารเคมีควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหรือคําแนะนํา อยางเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป ควรลดความเครียด พักผอนทั้งร่างกายและจิตใจ ออกกาลังกายสมํ่าเสมอ ควบคุมนํ้าหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด และควรตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม สามารถตรวจได้แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

แทนคุณพ่อแม่! “ธีรศิลป์” ดาวยิงเบอร์1ช้างศึกอุปสมบท

”มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทย สังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรแชมป์ไทยลีก 2016 ได้ลาอุปสมบทที่ วัดอินทราสุการาม ในจังหวัดสุรินทร์ บ้านเกิดท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 28 ปี ตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งได้รับฉายาว่า “คัมภีรธัมโม” ซึ่งแปลว่า ผู้มีธรรมอันลึกซึ้ง

โดย ดาวยิงทีมชาติไทย เพิ่งจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังรับบทกัปตันทีมพา “ทัพช้างศึก” ป้องกันแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ได้สำเร็จ นับเป็นการซิวแชมป์อาเซียน สมัยที่ 5

นอกจากนี้เจ้าตัวยังทำประตูในทัวร์นาเมนต์ไปได้ถึง 6 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำการแข่งขันไปครอง