รฟท.สรุปเส้นทางที่ยังปิดจากน้ำท่วมภาคใต้

ผู้ว่า รฟท. เผยจากใฝนตกหนักน้ำท่วมในภาคใต้ ยังมีเส้นทางที่ไม่สามารถผ่านได้ สอบถามได้สายด่วย1690

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเกิดปริมาณน้ำฝนสะสมเข้าท่วมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ล่าสุด การรถไฟฯ ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมประจำวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ว่ายังคงมีฝนตกไหลแรงและปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อการเปิดเดินรถในบางส่วน และคาดว่าสถานการณ์ฝนตกและระดับน้ำยังไม่ลดจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2559

ดังนั้น การรถไฟฯ ขอชี้แจงสถานการณ์การเปิดให้บริการเดินรถ และการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของรถไฟในเส้นทางสายใต้ในวันที่ 3-4 ธันวาคม 2559 เพื่อให้เกิดเหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยในการเดินทางของโดยสาร ดังนี้ ในเส้นทางสายใต้จากกรุงเทพไปจังหวัดตรังและจังหวัดนครศรีธรรมราช ขบวนรถสามารถเดินขบวนรถได้ถึงสถานีชุมทางทุ่งสงเท่านั้น ส่วนเส้นทางกรุงเทพ-สุไหงโกลก ยังเปิดเดินขบวนรถได้ตามปกติ // โดยขบวนรถเส้นทางสายใต้ กรุงเทพ-กันตัง-กรุงเทพ และกรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ สามารถเปิดเดินถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง

ส่วนเส้นทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ยังเปิดให้เดินรถได้ตามปกติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเหมาะสมกับสถานการณ์ และความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร // จากการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทาง ส่งผลให้ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพ-ตรัง-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 167/168 กรุงเทพ-กันตัง-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ และขบวนรถเร็วที่ 173/174 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 3-4 ธันวาคม 2559 จะสิ้นสุดปลายทางสถานีชุมทางทุ่งสง

ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ ตรวจสอบและติดต่อสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่สายด่วน โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ตั้งเป้าจ้างงานคนพิการภาครัฐ15,000อัตราปี60

คณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม เร่งขับเคลื่อนแผนงานตั้งเป้าจ้างงานคนพิการในภาครัฐเพิ่ม 15,000 อัตราในปี 60

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กรอบแนวคิดการขับเคลื่อนประชารัฐเพื่อสังคม มียุทธศาสตร์เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ในทุกกลุ่มวัย ทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กและเยาวชน สตรี แรงงาน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีวิธีการขับเคลื่อนจากการการจ้างงาน พัฒนาศักยภาพ ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม วินัยทางการเงิน สิทธิ เสมอภาค โอกาส โดยสร้างกระแส
และแรงขับเคลื่อนให้พร้อมกันในภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อเป้าหมาย ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยประเด็นดำเนินงานในการขับเคลื่อนระยะสั้นที่จะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปี 2560 ประกอบด้วย เพิ่มการจ้างงานคนพิการในภาครัฐให้ครบ 15,000 อัตรา ปัจจุบันสามารถจ้างคนพิการได้ร้อยละ 20 หรือ 3,000 อัตรา และตั้งเป้าเพิมการจ้างงานคนพิการในภาคเอกชนให้ครบ 10,000 อัตรา ในปี 2560 พร้อมพัฒนาสถาบันคนพิการให้มีความเข้มแข็ง ให้ผู้สูงอายุมีงานทำเพิ่มขึ้นร้อยละ1 หรือ 39,000 คน จากจำนวนผู้สูงอายุ ที่สามารถทำงานได้ทั้งในและนอกระบบ 3.9 ล้านคน การซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 2,500 หลัง ปรับปรุงสถานที่สาธารณะจำนวน 200 แห่ง การสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เช่น บ้านมั่นคง บ้านพอเพียงชนบท บ้านคนไร้บ้าน เคหะประชารัฐ บ้านสุขสบายเพื่อตายาย เป็นต้น และการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอุบัติเหตุและการสูญเสีย

ก.แรงงาน จับมือญี่ปุ่น สร้างบุคลากร 4.0

กระทรวงแรงงาน จับมือญี่ปุ่น สร้างแรงงาน 4.0 พัฒนาความสามารถ 3 กลุ่มอุตสาหกรรม

นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า ตัวแทนจังหวัดทตโตะริ เข้าหารือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของประเทศไทย และจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรฝึก การพัฒนาหลักสูตร และการศึกษาดูงาน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากรฟื้นฟูภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ที่การฝึกอาชีพแบบเดิมของรัฐ ไม่สามารถรองรับได้ ซึ่งจังหวัดทตโตะริ มีความโดดเด่นในการพัฒนาอุตสาหกรรม 3 กลุ่ม คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และชิ้นส่วนอากาศยาน จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะใช้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมนำร่อง ในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกับจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น โดยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560 จังหวัดทตโตะริ จะเชิญผู้แทน กพร. เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ จังหวัดทตโตะริ ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของจังหวัดด้วย

ท่องเที่ยวมั่นใจรายได้ปี59ตามเป้า2.4ลล.-ทัวร์จีนมากสุด

โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ตามเป้า 2.4 ล้านล้านบาท ขณะจีนยังเที่ยวไทยมากสุด

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึง ภาพรวมการท่องเที่ยวปีนี้ ว่า มั่นใจรายได้ทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.4 ล้านล้านบาท หรืออาจสูงกว่าเป้าด้วย โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน ยังคงเป็นจีน ช่วยสร้างรายได้ถึง 391,507 ล้านบาท รองลงมา มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อยากเชิญชวนให้คนไทยเที่ยวประเทศไทย

ขณะที่ภาครัฐได้ทยอยออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ลดค่าธรรมเนียมวีซ่า ซึ่งอนาคตอาจเป็นแผนระยะยาวมีการต่ออายุ และสำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศมีหลายประเภท เช่น การท่องเที่ยวทางน้ำ งานมหกรรมเรือสำราญที่ภูเก็ต 15 – 18 ธันวาคมนี้ โครงการก้าวแรกสู่ ๙ ที่ยิ่งใหญ่ ตามแนวพระราชดำริของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พล.อ.ฉัตรชัย สั่งกรมชลฯตรียมรับมือน้ำท่วมภาคใต้

รมว.เกษตร สั่งกรมชลฯ เตรียมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ เปิดโทรสายด่วนให้ ปชช. ขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และได้ให้สำนักชลประทานเขตที่ 14, 15, 16 และ 17 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ถึง จ.นราธิวาส เตรียมเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องสูบน้ำ 228 เครื่อง รถโกยตัก (แบคโฮ) 25 คัน รถขุด 4 ลำ รถแทรกเตอร์ 5 คัน รถบรรทุก 35 คัน รถน้ำ 11 คัน สำหรับรถน้ำ มีไว้สำหรับแจกจ่ายน้ำสะอาด ในกรณีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ใช้การไม่ได้น้ำขุ่น เนื่องจากน้ำท่วม

รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า หากมีน้ำท่วม น้ำหลาก ต้องการความช่วยเหลือขอให้ประชาชนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ของชลประทาน หรือเจ้าหน้าเกษตรในพื้นที่ได้ทันที 24 ชม. หรือ โทร. แจ้งสายด่วน 02-2410965 ยินดีให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้เปิดใช้งาน Line กลุ่มจากผู้ใช้น้ำ เพื่อเฝ้าติดตามรายงานสถานการณ์น้ำจากพื้นที่มาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

บิ๊กซีคาดจัดโครงการร่วมพณ.ขายข้าวได้20ตัน

บิ๊กซี คาด โครงการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคข้าวช่วยชาวนาขายข้าวได้ 20 ตัน

นางวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวถึง โครงการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคข้าวกินข้าวดี ชีวิตดี๊ดี ว่า ทางห้างได้เปิดพื้นที่ฟรีให้ชาวนาสามารถนำข้าวมาขายผ่านสาขาของห้าง จำนวน 98 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายข้าวให้กับชาวนาและขายข้าวได้ในราคาสูงขึ้นโดยในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคให้การอุดหนุนซื้อข้าวเป็นจำนวนมาก สำหรับข้าวถุงที่จำหน่ายในห้าง ขณะนี้ราคาปรับลดลงร้อยละ 5 – 10 บาท ซึ่งจากการที่ประชาชนมีความต้องการช่วยเหลือชาวนา ทำให้ช่วงนี้มีผู้บริโภคซื้อข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5

อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 2 ที่บิ๊กซีได้ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำข้าวมาจำหน่าย โดยในครั้งนี้มีกลุ่มเกษตรกรและวิสสหกิจชุมชน จำนวน 10 กลุ่ม จาก 8 จังหวัด นำข้าวมาจำหน่ายซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยชาวนาจำหน่ายข้าวได้ประมาณ 20 ตัน

สมคิด จัดทัพเยือนจีนหวังดึงลงทุนในอีอีซี

รองนายกฯ สมคิด จัดทัพเยือนจีน หวังดึงลงทุนในอีอีซี อุตสาหกรรมเป้าหมาย

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 7 – 12 ธันวาคม 2559 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำคณะผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เดินทางไปขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนและงานสัมมนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนใน 3 เมืองใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ เมืองเซินเจิ้น เมืองหางโจว และกรุงปักกิ่ง พร้อมจะเข้าร่วมประชุมประจำปีของคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้าการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย – จีน ณ กรุงปักกิ่ง โดยจะใช้โอกาสดังกล่าวเชิญชวนนักธุรกิจจีนให้เข้ามาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) รวมถึงจะนำคณะบีโอไอพบหารือผู้ประกอบการรายใหญ่จากประเทศจีนไม่น้อยกว่า 10 บริษัท ที่แสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และเป็นกิจการที่จัดอยู่ในกลุ่ม คลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ กิจการวิจัยทางด้านการแพทย์ กิจการผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์อื่น ๆ กิจการผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์อัตโนมัติ เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะของไทยจะเข้าเยี่ยมชมกิจการของกลุ่มบริษัท อาลีบาบา (Alibaba Group) ผู้พัฒนาเว็บไซต์ซื้อขายสินค้ารายใหญ่ของโลก และเยี่ยมชมบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรับทราบแผนขยายกิจการในอนาคตอีกด้วย พร้อมกันนี้ บีโอไอ ยังจะจัดให้มีกิจกรรมสัมมนา และพบบริษัทในอุตสาหกรรมเป้าหมายในเมืองอื่น ๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดทั้งปี 2560 รวมถึงจัดกิจกรรมลักษณะเดียวกันในประเทศเป้าหมายอื่น ๆ อาทิ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลี และสิงคโปร์

หอการค้าไทยประกาศปฏิญญาอยุธยาเคลื่อนศก.

หอการค้าไทยประกาศ’ปฏิญญาอยุธยา’ ร่วมขับเคลื่อน ศก.ปท. ดัน GDP ปี 60 โต 4% ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ว่า หอการค้าไทยได้ ประกาศ “ปฎิญญาอยุธยา” ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยหอการค้าทั่วประเทศ พร้อมร่วมมือตามแนวทางประชารัฐร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒฯที่ยั่งยืน / พร้อมสนับสนุนภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และหอการค้าทั่วประเทศ จะลงมือทำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิตัล มาใช้พัฒนากระบวนการทางธุรกิจไปสู่การค้า และบริการ 4.0 ซึ่งเป็นการค้าและบริการบนระบบอัจฉริยะ

ทั้งนี้ หากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว คาดว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าและบริการของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 ล้านบาท หรือ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 0.4-0.7 ต่อปี ซึ่งช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทย ในปี 2560 เติบโตได้ที่ระดับ ร้อยละ 4

สรท.แถลงส่งออก30พ.ย.คาดQ4โต0%

สรท. แถลงส่งออก 30 พ.ย. คาดไตรมาส 4 โต 0% ทั้งปี 0.5% แนะเอกชนนำไอทีสร้างแต้มต่อ

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า วันที่ 30 พ.ย. ทางสภาผู้ส่งออกจะแถลงตัวเลขส่งออกเดือนตุลาคม และแนวโน้มใน 2560 ทางนี้มองว่า ไตรมาส 4 ปี 2559 การส่งออกของไทยจะขยายได้ดีสุดคือ 0% หรือไม่ขยายตัว และหากมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 17,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้ตัวเลขส่งออกทั้งปีโตขยายตัวได้ 0.5%

นอกจากนี้ นายนพพร กล่าวอีกว่า ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนจากนี้ไป อยากให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี เพราะในอนาคตจะแข่งขันกันที่ความรวดเร็ว รวมถึงเป็นการลดต้นทุนให้กับองค์กรอีกด้วย

ญี่ปุ่นใจดี! ยกรถไฟมือสองให้ไทยฟรี รับมอบล็อตแรก 24 พ.ย.นี้

“วุฒิชาติ” เผยผลเจรจาญี่ปุ่นฉลุยได้รับรถไฟโดยสารมือสองสภาพดีมาใช้งานฟรี 24 คัน ดีเดย์ล็อตแรก 10 คันรับ 24 พ.ย.นี้ ที่เหลือมาถึงไทยมีนาคมปีหน้า ด้านรถไฟดีเซลไฟฟ้าขบวนใหม่ 4 เส้นทาง คาดรายได้ค่าโดยสารทะลุ 3,500 ล้านบาท

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ถึงผลการเดินทางไปเจรจากับญี่ปุ่นต่อกรณีขอรถไฟโดยสารมือสองสภาพดีมาใช้งานในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 นี้จะได้รับรถจำนวน 10 คันแรกมาให้บริการ ส่วนล็อตที่ 2 อีกจำนวน 14 คันจะได้รับในเดือนมีนาคม 2560

“ในครั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นให้ฟรี ส่วนร.ฟ.ท.จะต้องออกค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเองทั้งหมด ซึ่งรถที่ได้มาจะนำไปใช้งานในเส้นทางต่างๆ ส่วนการบำรุงรักษานั้นร.ฟ.ท.จะต้องออกค่าใช่จ่ายเองทั้งหมดเช่นกัน ดังนั้นปี 2560 ก็จะมีปริมาณรถโดยสารให้บริการมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันที่มีกว่า 200 คัน”

นอกจากนั้นยังกล่าวถึงความสำเร็จของการเปิดให้บริการเดินรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานีไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีประชาชนแห่จองใช้บริการเต็มไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ส่วนอีก 2 เส้นทางคือกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ และ กรุงเทพฯ-หนองคาย นั้นกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 2 ธันวาคม 2559 นี้โดยทั้งหมด 115 ตู้แบ่งเป็น 9 ขบวนๆละ 13 ตู้มีจำนวน 8 ขบวนและ 11 ตู้อีก 1 ขบวน

“มั่นใจด้านการให้บริการมากขึ้นเนื่องจากพบว่ามียอดการจองโดยสารยาวไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้ซึ่งร.ฟ.ท.ต้องขออภัยหากผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเรื่องการจองตั๋วเดินทางในช่วงนี้ซึ่งร.ฟ.ท.จะพยายามอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด โดยขบวนใหม่จะบรรจุในเส้นทางไป-กลับวันละ 1 เที่ยวแล้วยังมีรถโดยสารรูปแบบอื่นคอยให้บริการอีกด้วยและในอนาคตหากได้รับการตอบรับที่ดีก็จะเร่งจัดหารถเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องต่อไป”

ปัจจุบันร.ฟ.ท.ทยอยรับมอบรถขบวนใหม่อย่างต่อเนื่องพร้อมกับการเร่งจัดหาหัวรถจักรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการ อีกทั้งยังมีรถโดยสารรุ่นใหม่รูปแบบรถดีเซลไฟฟ้าเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็จะเร่งจัดหาเข้ามาให้บริการโดยเร็วต่อไป

สำหรับการปรับเพิ่มค่าโดยสารนั้นช่วง 6เดือนนี้ยังจะไม่ปรับเพิ่มแต่อย่างใดเพราะจะเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ใช้บริการ หลังจากนั้นจะขอประเมินผลการตอบรับด้านการให้บริการรถไฟขบวนนี้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนโดยคาดว่าพ้น 6 เดือนไปแล้วจึงจะพิจารณาปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารส่วนการเพิ่มปริมาณผู้โดยสารคาดว่าจะเพิ่มอีกไม่น้อยเช่นกันเมื่อเทียบกับปริมาณตู้โดยสารขนาดขบวนเดิมที่คิดเป็นประมาณ 70% ส่วนรถไฟขบวนใหม่ตู้โดยสารมากถึง 13 ตู้หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของขบวนเดิม

“ค่าโดยสารจะขอประเมินช่วงระยะเวลาให้บริการ 3 เดือนแรกนี้ก่อนจากนั้นจะพิจารณาปัจจัยหลายด้านที่เกี่ยวข้อง อาทิ ต้นทุนกับของเดิมที่มีอยู่ ความสะดวกสบายที่ให้บริการ ตลอดจนการแข่งขันของระบบขนส่งมวลชนอื่นๆประกอบด้วยแต่ก็คงไม่ปรับสูงมากเกินไป ทั้งนี้เมื่อความจุของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ประชาชนหันมาใช้บริการมากขึ้นจะส่งผลให้รายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท/ปี คาดว่าจะเพิ่มอีกราว 300 ล้านบาทเมื่อสามารถเปิดให้บริการรถไฟขบวนใหม่ครบทั้ง 4 เส้นทาง”