กสทช. เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ฯ ร่วม 4 องค์กร เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน รวม 46.7 กิโลเมตร

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. และ 4 องค์กร ประกอบด้วย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รองรับปริมาณความต้องการใช้งานในสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล และรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน

โดยในปี 2560 จะมี 2 เส้นทาง ที่ทุกหน่วยงานจะร่วมกันนำสายสื่อสารลงใต้ดิน คือ ถนนราชปรารถ และพระรามที่ 1 ระยะทางแต่ละเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. จะร่วมมือกับ กฟน. ปรับเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้านำลงใต้ดิน ซึ่งขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ โครงการปทุมวัน จิตรลดา พญาไท (เพิ่มเติม) โครงการนนทรี โครงการพระราม 3 โครงการรัชดาภิเษก – พระราม 9 และโครงการรัชดาภิเษก – อโศก ระยะทางรวม 46.7 กิโลเมตร ระยะเวลาดำเนินการ 5 – 10 ปี ตามนโยบายรัฐบาล

พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดระเบียบสายสื่อสารประจำปี 2560

สหภาพฯขสมก.ยื่นหนังสือรมช.คมนาคมพรุ่งนี้

สหภาพแรงงาน ขสมก. เตรียมยื่นหนังสือถึง รมช.คมนาคม พรุ่งนี้ เร่งรัดให้นำรถเมล์เอ็นจีวีมาใช้ภายใน 7 วัน

นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงาน ขสมก. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ทางสหภาพแรงงาน ขสมก. เตรียมที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรุ่งนี้ เพื่อเร่งรัดให้นำรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ที่สั่งเข้ามาแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องของกรมศุลกากร โดยทางสหภาพต้องการที่จะให้นำรถมาใช้ภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม และเลขาท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าทางสหภาพฯ จะเดินทางไปพบท่านได้ในช่วงเวลาใด เพื่อที่จะได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้เข้าใจในเจตนาของสหภาพฯ และความเป็นไปได้ตามเรื่องที่ยื่นเสนอ

ไต้หวันตรวจพบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งสด

กรมการค้าต่างประเทศ เผย ไต้หวันตรวจพบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งสดนำเข้าจากไทย เร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง ก่อน 9 ม.ค. ปีหน้า

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางกรมฯ ได้รับรายงานจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ว่า กรมการอาหารและยาไต้หวัน (TFDA) ได้ตรวจพบสารตกค้าง ในสินค้าหน่อไม้ฝรั่งสดนำเข้าจากไทย จำนวน 7 ลอต ในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน 2559 ซึ่งมีปริมาณสารฯ เกินค่ามาตรฐานที่ไต้หวันกำหนด โดยไต้หวันได้เรียกร้องให้ผู้ส่งออกและรัฐบาลไทยชี้แจงสาเหตุและเสนอแผนแก้ไขดังกล่าว ภายในวันที่ 9 มกราคม 2560

โดยทางกรมฯ ต้องการผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งออกเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสารตกค้างให้มากขึ้น เพื่อให้สินค้าไทยผลิตได้มาตรฐานตามที่กฎหมายของประเทศคู่ค้ากำหนด ซึ่งจะเป็นการป้องกันการถูกปฏิเสธการนำเข้า

ออมสินโอนเงินผู้มีรายได้น้อยแล้ว1.28ล้านราย

ธนาคารออมสิน โอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเม็ดเงินถึงผู้มีรายได้น้อย 1,286,820 ราย เป็นเงิน 2,878,183,500 บาท

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือและจัดสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา และ ครม. ได้เห็นชอบมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยทั้งที่อยู่ในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร โดยกระทรวงการคลังทำการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นที่เรียบร้อย และได้จัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิ์มายังธนาคารออมสิน ซึ่งล่าสุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2559 และวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559 รวม 2 วัน ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินการโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนจำนวน 1,286,820 ราย คิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 2,878,183,500 บาท

บขส.เพิ่มเที่ยวรถรับปีใหม่29-30ธ.ค.เดินทางมากสุด

‘นพรัตน์’ เผย บขส. เพิ่มรถโดยสารช่วงปีใหม่ วิ่ง 9,265 เที่ยว ขณะวันที่ 29 – 30 ธ.ค. คาดคนเดินทางมากสุด 1.8 แสนคน/วัน เชื่อ จะไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน

นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า บขส. ได้เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 อีกประมาณวันละ 1,000 – 1,500 คัน ทั้ง 3 สถานี จากปกติที่วิ่งให้บริการอยู่ 7,760 เที่ยว และมีผู้โดยสารเดินทางปกติประมาณ 11,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ หากรวมแล้ว บขส. มีการเพิ่มเที่ยวรถรองรับการเดินทางของประชาชนประมาณ 9,265 เที่ยวต่อวัน โดยคาดว่าในวันที่ 29 – 30 ธ.ค. จะมีผู้โดยสารเดินทางมากสุดประมาณวันละ 150,000 – 180,000 คน ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน นอกจากนี้ บขส. ได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดจุดจอดส่งผู้โดยสารในช่วงการเดินทางขากลับเข้ากรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 3 – 4 มกราคม 60 จำนวน 200 คัน ส่วนรถตู้โดยสารที่จัดระเบียบใหม่ขณะนี้ ได้ขอความร่วมมือเพิ่มเที่ยวรถเช่นกัน เพื่อระบายจำนวนผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะความพร้อมของรถโดยสารก่อนให้บริการและเน้นเรื่องระบบ GPS จะต้องมีความสมบูรณ์เพื่อติดตามพฤติกรรมของพนักงาน ส่วนพนักงานขับรถระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็น 0%

นักลงทุนจับตาข้อมูลศก.สหรัฐฯ

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ขณะนักลงทุนจับตาข้อมูล ศก. สหรัฐฯ

ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือน ธ.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ต.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 13 – 14 ธ.ค. นี้ ขณะที่ผลสำรวจของ CME Group FedWatch ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 93% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในปีนี้ และครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 10 ปี

โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 18,839.98 จุด เพิ่มขึ้น 74.51 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,209.34 จุด ลดลง 6.03 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 22,765.84 จุด ลดลง 96.00 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,383.07 จุด เพิ่มขึ้น 7.21 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,024.52 จุด ลดลง 6.55 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,957.53 จุด ลดลง 1.33 จุด

ปชช.แห่ใช้สนง.ทำหนังสือเดินทางชั่วคราว

ประชาชนแห่ใช้บริการ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT คลองเตยวันแรกแน่น

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ร่วมมือกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีคลองเตย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการทำหนังสือเดินทางวันแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากมาใช้บริการ

ทั้งนี้ นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีมีจำนวนกว่า 1.6 – 1.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นปีละ 10-12% ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ร่วมมือกับ รฟม. เปิดให้บริการสำนักงานทำหนังสือเดินทางที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชา โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น. มีค่าธรรมเนียมการให้บริการ 1,000 บาท และค่าบริการไปรษณีย์อีก 60 บาท สำหรับการรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนจองคิวผ่านระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.passport.in.th อีกด้วย

รมว.เกษตรฯมอบที่ดินให้เกษตรกรยากไร้

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ มอบที่ดินทำกินให้เกษตรกรยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน โดยจัดสรรในรูปแบบสหกรณ์ตามนโยบายรัฐ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมคณะ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อมอบหนังสืออนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ หมู่ที่ 4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ในการลดความเหลื่อมล้ำให้เกษตรกรที่ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน ได้มีโอกาสมีที่ดินทำกินในรูปแบบสหกรณ์ การทำเกษตรแปลงใหญ่ตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยใช้ Agri-map และรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาพื้นที่ให้มีความพร้อมก่อนจัดสรรให้เกษตรกร

อุตฯชงแผนเร่งรัดคลัสเตอร์เข้าครม.ธ.ค.

กระทรวงอุตฯ เดินหน้ามาตรการเร่งรัดคลัสเตอร์ ชี้ 10 เดือน ขอส่งเสริมในอุตฯ เป้าหมายกว่า 4 แสนล้านบาท เตรียมเสนอแผนเข้า ครม. ธ.ค. นี้

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันครบ 1 ปี สำหรับการตั้งคณะกรรมการเร่งรัดนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ โดยกระทรวงจะรวบรวมข้อมูล ผลงานความคืบหน้าต่าง ๆ เพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เบื้องต้นข้อมูลในช่วง 10 เดือนของปี 59 (ม.ค. – ต.ค.) มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย กว่า 400,000 ล้านบาท

ขณะที่ยอดรวมดังกล่าว แบ่งเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินการขอรับส่งเสริมตามนโยบายคลัสเตอร์แล้วกว่า 144 ราย รวมเป็นมูลค่า 138,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ตั้งในพื้นที่คลัสเตอร์ แต่ยังไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ตามนโยบายคลัสเตอร์ ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 160,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ และคาดว่าในอีก 2 เดือนที่เหลือ จะมียอดขอส่งเสริมเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้ ยังมีอุปสรรคของการสนับสนุนกลุ่มคลัสเตอร์ต่าง ๆ มาจากหลายด้าน อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินอากาศ พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ต้องมีทุนจดทะเบียนเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 และอำนาจการบริหารกิจการต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ทำให้การลงทุนในด้านนี้ติดขัด รวมถึงการลงทุนไบโอคอมเพล็กซ์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และเคมีชีวภาพ ซึ่งติดทางด้านผังเมืองที่ยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้ไม่สามารถลงทุนได้ รวมถึงแผนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ซึ่งกระทรวงจะรวบรวมแผนดำเนินการ และปัญหาอุปสรรคเพื่อเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งภายในเดือน ธ.ค. นี้

กรมชลฯเผยภาคใต้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

กรมชลประทาน เผย สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมภาคใต้ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 14, 15, 16 และ 17 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ไปจนถึง จ.นราธิวาส เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือต่าง ๆ พร้อมด้วยรถน้ำ สำหรับนำน้ำสะอาดไว้แจกจ่ายประชาชน ในกรณีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ใช้การไม่ได้หรือมีสภาพขุ่น เนื่องจากถูกน้ำท่วม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด

สถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ พบว่าในส่วนของหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่จังหวัดอื่น ๆสถานการณ์น้ำเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกัน แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง ซึ่งทางด่านกรมชลประทาน ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ น้ำท่วมขังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด