อาการเพลาขับหน้าชำรุด


รถขับเคลื่อนล้อหน้านอกจากหมั่นตรวจสอบ บูช ลูกหมาก แร็คพวงมาลัยแล้ว เมื่อใช้ไปประมาณ 100,000 กิโลเมตร ก็ต้องเช็ก เพลาขับ ด้วย เพราะเริ่มเสื่อมสภาพ หรือใช้งานมา 3-4 ปีก็ต้องเปลี่ยนยางหุ้มเพลา หากเป็นรถใหม่ให้เดินตามคู่มือรถ ถึงระยะเวลาเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ตามกำหนด แค่นี้ก็ขับขี่ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้ารถคุณเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับเพลาขับหน้าขึ้นมาลองดูแนวทางนี้ได้เลย

สำหรับหน้าที่ของเพลาขับเป็นตัวกลางในการส่งถ่ายกำลังต่อจากชุดเกียร์ไปยังล้อคู่หน้า เพื่อขับเคลื่อน และหน้าที่สำคัญมากอีกอย่างคือต้อง ยืด-หด ได้ตามจังหวะการยุบขึ้น-ลงของล้ออีกด้วย

ชิ้นส่วนเพลาขับหน้า ประกอบด้วย

1. ก้านเพลา แบบตัน-แบบกลวง ลักษณะเป็นที่แป๊บ
2. หัวเพลาขับติดกับดุมล้อประกอบด้วยลูกปืน 6 ลูก
3. หัวเพลาขับติดกับเกียร์ ประกอบด้วยลูกปืน 6 ลูก หรือ 3 ลูก
4. จารบีหล่อลื่นหัวเพลาขับทั้ง 2 ด้าน
5. ยางหุ้มเพลา
6. เหล็กรัดยางหุ้มเพลา
7. ยางกันสะเทือน

การดูแลรักษาเพลาขับ

1. สามารถก้มดูได้ด้วยสายตา เช็กยางหุ้มเพลาขับว่ามีรอยฉีกร้าวหรือไม่ หากเจอให้เปลี่ยนทันที
2. เปลี่ยนจารบีใหม่ทุก 2 ปี หรือ ประมาณ 40,000 กิโลเมตร
3. เช็กลูกปืนเพลาขับ หากยางหุ้มเพลาฉีกขาด
4. ไม่ขับขี่ออกตัวกระชากรถรุนแรง

อาการเพลาขับเสื่อม

1. มีเสียงโลหะขบดังด้านที่เพลาติดกับล้อ สังเกตตอนหักพวงมาลัย ซ้าย-ขวา จะมีเสียงดัง
2. รถมีอาการสั่นเมื่อขับในความเร็วคงที่ (อาจเป็นที่หัวเพลาขวาชำรุด)
3. รถมีอาการสั่นไปตรงเกียร์ (อาจเป็นหัวเพลาที่ติดกับเกียร์ชำรุด)

หากคุณพอจับอาการรถเบื้องต้นได้ก็พอมีแนวทางการซ่อมบำรุงรักษาไปคุยกับช่างได้บ้าง จะได้ไม่โดนโก่งราคา หรือเปลี่ยนอะไหล่มั่ว แต่อาการที่เกิดขึ้นดังที่กล่าวมาบางอย่างคล้ายกับ แร็ค ลูกหมาก ปีกนกเสื่อม ต้องใช้เครื่องยกตัวรถขึ้นถึงจะรู้ชัดเจน

อันโตนิโอ คอนเต้ โวยแหลก แมนยู เอาแต่ไล่เตะ เอแด็ง อาซาร์

บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ ที่โชว์ขึ้นมาระหว่างขับขี่อยู่บนท้องถนน ไม่ได้หมายความว่า แบตเตอรี่ของเรามีปัญหาอย่างเดียว จริงๆ แล้วมันยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อันตราย และร้ายแรงกว่า จนคุณอาจคาดไม่ถึง

ส่วนใหญ่เมื่อเราบิดกุญแจกำลังจะสตาร์ทรถ จะมีไฟสัญญาณเตือนรูปแบตเตอรี่ (รวมไปถึงรูปสัญญาณเตือนอื่นๆ) ส่องสว่างขึ้นมา และหลังจากที่สตาร์ทรถจนเครื่องยนต์ทำงานแล้ว ไฟสัญญาณเตือนจะดับลงไป แต่ถ้าเกิดในขณะที่ขับขี่อยู่ แล้วไฟสัญญาณเตือนรูปแบตเตอรี่ปรากฎขึ้น นั่นหมายถึงความผิดปกติของระบบไฟที่อาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมา

ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่โชว์ขึ้นมา นอกจากแบตเตอรี่มีปัญหา ยังเกิดจากสาเหตุอะไรได้อีกบ้าง

1. ระบบไฟ ฟิวส์ หรือสายไฟอาจขาด ฯลฯ
2. ไดชาร์จเรกูเลเตอร์อาจพัง แปรงถ่านอาจหมด และทุ่นโรเตอร์กับขดลวดสเตอร์อาจขาด หรือไหม้ ฯลฯ
3. สายพานไดชาร์จ เสื่อมสภาพ อาจขาด หรือหย่อน ฯลฯ

แต่ถ้าหากคุณตรวจสอบดูแล้ว สายพานไดชาร์จไม่หย่อน หรือขาด ประเด็นต่อมาก็คือ ไดชาร์จพัง หรือเสีย แต่ด้วยตัวแบตเตอรี่ยังมีกระแสไฟฟ้าสำรองเอาไว้อยู่ รถของคุณจึงยังไม่ดับ และมันยังสามารถพาคุณไปได้ไกลอีกประมาณ 5 – 10 กิโลเมตร (ระยะทางขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ รวมไปถึงขนาดของเครื่องยนต์ด้วย) คุณจึงควรรีบขับไปยังอู่ซ่อม หรือศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดทันที และระหว่างนั้น คุณควรที่จะปิดระบบอุปกรณ์ทุกอย่างที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งเครื่องเสียง แอร์ ฯลฯ เพื่อให้มีการใช้ไฟจากแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ให้น้อยที่สุดนั่นเอง

ต่อไปนี้หากพบเจอสัญญาณเตือนรูปแบตเตอรี่โชว์ขึ้นมา ให้ทำการตรวจเช็กให้ดีก่อน เพราะถ้าหากแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นอะไร แล้วคุณไปเปลี่ยนมัน จะทำให้เสียเงินเปล่าๆ นอกจากนี้คุณยังต้องเสียเงินอีกต่อ เพื่อซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ สำหรับจุดที่เกิดเหตุจริงๆ อีกด้วย

สุดท้ายนี้ หากไม่อยากให้เกิดปัญหา ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่โชว์ คุณควรที่จะทำการตรวจเช็กไดชาร์จ สายพาน ฟิวส์ รวมไปถึงสายไฟต่างๆ ให้ดี และเมื่อถึงระยะเวลาตามคู่มือ ก็เข้าอู่ หรือศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบสภาพ หรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ตามกำหนด เวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลทีหลัง

4 วิธีกำจัดรังนกออกจากบ้านแบบปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ


การที่นกมาทำรังอยู่ที่บ้านเรา ไม่เพียงแต่จะสร้างปัญหาให้กับบ้านเราเท่านั้น การกำจัดออก ยังเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอีกด้วย บางครั้งนกก็ไปทำรังอยู่บนหลังคา ใต้ขื่อใต้คาน หรือแม้กระทั่งขวางรางน้ำ การที่เราจะไปเอาออก ก็ต้องปีนป่าย เสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว แถมการกำจัดแบบไม่ถูกวิธี ก็จะยิ่งทำให้เรื่องที่ไม่ค่อยจะง่ายนี้ กลับยากมากขึ้นไปอีก ดังนั้น มาดูวิธีที่ถูกต้องกัน

เราทราบกันดีอยู่แล้ว ว่านกนั้น มีเชื้อโรค และเชื้อโรคบางอย่าง ก็สามารถติดเราได้โดยตรง ด้วยการไปจับต้องสัมผัสตัว รัง หรือแม้กระทั่งมูลของมัน และแน่นอนว่า ในรังของนก ก็ย่อมจะมีมูลนกเต็มไปหมด ซึ่งนั่นก็แปลว่า มันมีทั้งพยาธิ ทั้งเชื้อโรค ที่นกปล่อยทิ้งเอาไว้

1.ดูว่านกยังใช้รังนั้นอยู่ไหม เพราะถ้ามีอยู่คุณอาจไม่อยากทำลายพวก

2.กำจัดตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า เพราะยิ่งคุณรอ หรือทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งถือเป็นการรบกวนการดำเนินชีวิตของพวกมัน แต่ถ้าคุณเห็นว่า นกมันได้เข้ามาอยู่อาศัยในรังนั้นเรียบร้อยแล้ว คุณต้องจัดการมันด้วยวิธีการอย่างมืออาชีพ ดังนี้

3.ป้องกันตัวเองด้วยการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงมือ หน้ากากอนามัย เพราะภายในรังนกมีเชื้อโรค เมื่อนำรังออกมาได้แล้ว ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณนั้น ด้วยน้ำร้อน เพื่อฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ส่วนตัวรังนก ก็ให้นำไปทิ้งที่ถังขยะนอกบ้าน อาจจะใส่ถุงผูกให้มิดชิด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และหลังจากจัดการเรียบร้อย ก็รีบล้างมือ อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะจัดการ

4.หมั่นสำรวจบริเวณบ้านอยู่บ่อย ๆ จะช่วยให้คุณตรวจพบตัวปัญหาได้ตั้งแต่แรก ๆ และเมื่อพบ ก็ให้รีบจัดการ และหากว่าคุณพบว่าเป็นรังร้าง ก็อย่างนิ่งนอนใจปล่อยไว้เช่นนั้น เพราะในฤดูกาลหน้า นกอาจจะกลับมาใช้รังนั้นอีกก็ได้

ประโยชน์พริกไทยดำเรื่องงานบ้านที่คุณอาจยังไม่รู้

เราคงรู้จักพริกไทยดำซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสเผ็ดแต่พริกไทยดำยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ แต่จริง ๆ แล้ว พริกไทยดำยังมีประโยชน์ในการใช้งานในบ้านด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์ของมัน มีตั้งแต่ในสวน จนถึงให้ห้องนอนเลยทีเดียว และนี่คือประโยชน์พริกไทยดำที่เชื่อว่าหลาย ๆ อาจจะยังไม่รู้

1.ช่วยทำให้ผ้าสีสดใสขึ้น นานมาแล้วที่เราใช้พริกไทยดำผสมลงไปกับผงซักฟอก เพื่อช่วยให้ผ้าสีสันสดใส โดยให้นำพริกไทยดำผสมกับน้ำเวลาซักผ้า เพื่อช่วยให้ผ้าสีดำนั้น ไม่ซีดจาง รวมทั้งยังทำให้ผ้าสีมีสีที่สดขึ้น ในข้อนี้ เชื่อกันว่า พริกไทยดำ สามารถขจัดคราบต่าง ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในเนื้อผ้า ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผ้าดูเก่า สีหม่นหมอง ดังนั้นเมื่อจะซักผ้า ให้นำพริกไทยดำประมาณ 1 ช้อนชา ผสมลงไปกับน้ำซักผ้า จะช่วยให้ผ้าดูมีสีสันที่สดขึ้น เข้มขึ้น

2.ช่วยไล่ศัตรูพืช หากบ้านของใครมีสวน สามารถใช้พริกไทยดำไล่ศัตรูพืชได้ ในต่างประเทศ ชาวสวนบอกว่า ไล่ได้แม้กระทั่งกวาง แต่สำหรับในบ้านเรา แม้ไม่มีกวางมารบกวน แต่กลิ่นของพริกไทยดำ ก็ทำให้สัตว์ และแมลงหลาย ๆ อย่าง ไม่อยากเข้าใกล้ นอกจากนั้น พริกไทยดำยังใช้ฆ่ายุงได้ด้วย เพียงนำไปผสมในน้ำที่มีลูกน้ำ ลูกน้ำก็จะตายหมด