อธิบดีกรมท่าอากาศยานตรวจสนามบินขอนแก่น


อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานขอนแก่น ติดตามความพร้อมรองรับผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานขอนแก่น ติดตามความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น และเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยในการรองรับการเดินทางของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2560 ทั้งนี้ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ได้มอบนโยบายการดำเนินงานที่เน้นย้ำเรื่องการเตรียมการการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การจัดอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธและวัตถุอันตราย เพื่อประจำจุดตรวจการเข้าออกบริเวณเขตหวงห้ามการบินและจุดอื่นๆ เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนให้เพียงพอ และสอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันท่าอากาศยานขอนแก่น มีสายการบินให้บริการจำนวน 5 สายการบิน และมีจำนวนเที่ยวบิน วันละ 20 เที่ยวบินต่อวัน โดยมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งปี 2559 มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 1,499,823 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า หากเทียบจากปี พ.ศ. 2556 ที่มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 593,210 คน ดังนั้นกรมท่าอากาศยานมีแผนปรับปรุงตามโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานขอนแก่น โดยจะมีงานก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ในวงเงินจำนวน 2,500 ล้านบาท กำลังขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2561 โครงการผูกพัน 3 ปี 2561-2563 หากได้รับการจัดสรรงบประมาณ คาดว่าจะเปิดใช้อาคารใหม่ได้ในปี 2564 รองรับผู้โดยสารได้ 5 ล้านคนต่อปี

รฟม.แจงเหตุคานก่อสร้างรถไฟฟ้าตกใส่รถ


รฟม. ชี้แจงสาเหตุกรณี อุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า lifting frame หล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย

จากกรณีอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต -สะพานใหม่- คูคต ได้ร่วงหล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้แยกรัชโยธิน ทำให้รถยนต์เสียหายจำนวน 2 คัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. ขอชี้แจงว่าหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รฟม. พร้อมด้วยผู้แทนที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้การดูแลและรับผิดชอบผู้เสียหายในเบื้องต้นทันทีพร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยพบว่าในช่วงกลางคืนของวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 ต่อเนื่องช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 ได้ยกคานเหล็กสำหรับติดตั้งทางวิ่งรถไฟฟ้า ขึ้นติดตั้งบนเสาทางวิ่งรถไฟฟ้าต้นที่ 105 และต้นที่ 106 ซึ่งในการยกขึ้นติดตั้งจะต้องใช้แคร่เหล็กช่วยในการยก โดยอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ยกและยึดชำรุด 1 ด้าน ทำให้เอียงและกระชากจนทำให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นที่ก่อสร้างด้านล่างและกระเด็นออกจากพื้นที่ก่อสร้างไปทับฝากระโปรงรถยนต์ที่ใช้ช่องจราจรที่ติดกับพื้นที่ก่อสร้าง

ทั้งนี้ รฟม. ได้กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีกโดยให้ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ เปลี่ยนอุปกรณ์ยกและยึดใหม่ทั้งหมดและจะต้องมีมาตรการความปลอดภัยสำรอง สำหรับกรณีอุปกรณ์ชำรุดทุกครั้ง ส่วนการเยียวยาผู้เสียหาย รฟม. ได้ให้บมจ. อิตาเลียนไทยจัดให้มีรถยนต์ใช้ทดแทนระหว่างการซ่อมแซม สำหรับกรณีรถยนต์เสียหายหนักจะต้องจัดหารถยนต์ใหม่ทดแทนให้กับผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้ตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นแล้วพบว่าเป็นความผิดของบริษัทผู้รับจ้าง จึงได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุที่เกิดขึ้น โดยได้สั่งให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินงานบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุของ บมจ. อิตาเลียนไทยให้ออกจากโครงการฯพร้อมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือนบริษัท

บวท. เผย สงกรานต์เที่ยวบินเพิ่ม10%

บริษัท วิทยุการบิน เผยสงกรานต์ปีนี้เที่ยวบินเพิ่มขึ้น 10% มากสุดสนามบินภูเก็ต และสนามบินสมุย มั่นใจรับมือได้

นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีจำนวนเที่ยวบินที่บินเข้ามาทั้งสิ้น 38,000 เที่ยวบิน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 10 ซึ่งสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มมากที่สุดคือ สนามบินภูเก็ต และสนามบินสมุย เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10

ทั้งนี้ บวท.ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการกับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ขณะนี้มีการปิดซ่อมรันเวย์บางส่วน ทำให้ความสามารถในการรองรับลดลงจึงทำให้ต้องบริหารจัดการการจราจรทางอากาศกันใหม่ โดยเท่าที่ดูจากการปิดซ่อมมาประมาณ 2 สัปดาห์ บวท. ยังควบคุมเรื่องความล่าช้า (ดีเลย์) ให้อยู่ในระดับมาตรฐานได้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 5-10 นาทีต่อเที่ยวบินโดยสนามบินสุวรรณภูมิในแต่ละวันจะมีเที่ยวบินลงมาประมาณ 900 เที่ยวบิน ในจำนวนนี้จะดีเลย์ประมาณ 100-200 เที่ยวบิน บางวันก็ไม่ถึง 100 เที่ยวบิน โดยเวลาดีเลย์สูงสุดประมาณ 30 นาที ต่ำสุด 3-5 นาที

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บวท. ได้จัดงบประมาณ 400 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาว่าสนามบินของไทยทั้งหมด 36 แห่ง
แต่ละแห่งมีความสามารถรองรับได้จริงเท่าใด รวมทั้งให้ช่วยออกแบบการบริหารจัดการ เพื่อรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 ล้านเที่ยวบินต่อปี ในอีก 15 ปีข้างหน้าด้วย

ตรวจเลือดวิธีใหม่ บอกได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่? ที่อวัยวะใด?


ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย California San Diego ชี้เเจงว่า วิธีตรวจเลือดที่ทีมงานพัฒนาขึ้นมานี้ถือได้ว่าเป็นการตรวจแบบครอบคลุมกระบวนการสองขั้นตอน เพราะนอกจากจะตรวจหาเซลล์มะเร็งที่กำลังตายลงในกระเเสเลือดได้แล้ว ยังบอกได้ว่าเซลล์ที่ตรวจพบมาจากอวัยวะใดในร่างกาย

ในปัจจุบัน วงการเเพทย์ใช้วิธีตรวจเลือดหลายวิธีเพื่อช่วยตรวจหาร่องรอยของดีเอ็นเอที่ปล่อยออกมาจากเซลล์มะเร็งที่กำลังตายลง ซึ่งวิธีตรวจเลือดเหล่านี้ช่วยเเสดงให้เห็นประสิทธิผลของการบำบัดมะเร็ง

แต่ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย California San Diego ได้ค้นพบตัวบ่งชี้โรคตัวใหม่ โดยใช้ลักษณะเฉพาะตัวทางดีเอ็นเอของอวัยวะเเต่ละอวัยวะในร่างกายเป็นตัวช่วย เพื่อให้เเพทย์ระบุได้ว่าอวัยวะใดที่กำลังเกิดมะเร็ง

ซึ่งนี่จะทำให้วิธีตรวจเลือดวิธีใหม่นี้มีศักยภาพในการช่วยตรวจ เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งอย่างที่สงสัยหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจที่สร้างความเจ็บปวดเเก่ผู้ป่วย

ศาสตราจารย์ Kun Zhang คือผู้เชี่ยวชาญด้าน bioengineering แห่งมหาวิทยาลัย California San Diego ผู้ร่างรายงานอาวุโสของงานเขียนเกี่ยวกับผลการทดสอบวิธีการตรวจเลือดนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Genetics ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ศาสตราจารย์ Zhang กล่าวว่า ทางทีมงานได้พัฒนาวิธีการที่ช่วยระบุได้ว่ามีกำลังมีก้อนมะเร็งเกิดขึ้นในร่างกายผู้ป่วยและยังช่วยระบุได้ด้วยว่าก้อนมะเร็งกำลังเกิดขึ้นในอวัยวะใด

การตรวจเลือดช่วยคัดกรองหาดีเอ็นเอเฉพาะตัวที่เรียกว่า CpG methylation haplotype ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเนื้อเยื่อแต่ละชนิดในร่างกาย เมื่อมะเร็งกำลังก่อตัวเกิดขึ้นในอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง มะเร็งจะเเย่งสารอาหารกับเซลล์ปกติของอวัยวะนั้นๆ ทำให้เซลล์ปกติตายลง ซึ่งเซลล์ที่ตายลงจะปล่อยดีเอ็นเอออกมาสู่กระเเสเลือด

การตรวจเลือดวิธีใหม่นี้สามารถตรวจพบดีเอ็นเอเฉพาะตัวที่เรียกว่า haplotype นี้ได้ และช่วยบอกแพทย์ได้ว่าเซลล์ในอวัยวะใดที่กำลังถูกทำลาย เนื่องจากมีเซลล์มะเร็งกำลังเติบโตเเละเเย่งสารอาหารจากเซลล์เเข็งเเรงในอวัยวะนั้นๆ

ศาสตราจารย์ Zhang กล่าวว่า การรู้จุดที่ตั้้งของก้อนมะเร็งมีความสำคัญมากในการช่วยตรวจพบมะเร็งและบำบัดรักษาเเต่เนิ่นๆ

ทีมนักวิจัยทีมนี้ได้สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของดีเอ็นเอเฉพาะตัว CpG methylation ของเซลล์ปกติในอวัยวะต่างๆ ทั้งหมด 10 ลักษณะด้วยกัน ตั้งเเต่ปอด ตับ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ สมอง ตับอ่อน กระเพาะอาหาร ไต และเลือด

และเพื่อสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรมนี้ ทีมนักวิจัยยังได้วิเคราะห์ตัวอย่างจากก้อนมะเร็งและเลือดของผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย โดยทีมงานได้ทำการตรวจตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย 59 คน ทั้งที่เป็นโรคมะเร็งปอดและมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อใช้เปรียบเทียบกับผลการทดสอบที่ได้จากคนที่ไม่เป็นมะเร็ง

ศาสตราจารย์ Zhang กล่าวว่า การตรวจเลือดนี้นำไปใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งได้ เขาคิดว่าจะมีศักยภาพสูง แต่ทางทีมนักวิจัยทดลองใช้ตรวจผู้ป่วยอย่างจริงจังเสียก่อนอีกหลายครั้งที่จะไปถึงขั้นนำไปใช้งานจริงๆ

เขาคาดการณ์ว่าในอนาคต วงการเเพทย์จะใช้วิธีตรวจเลือดวิธีใหม่นี้ซึ่งช่วยคัดกรองหามะเร็งได้ระหว่างการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

อย่าข้ามหัว! สื่อกระทิงแฉ “เมสซี่-เนย์มาร์” แตกคอกันเรื่องซื้อ “คูตินโญ่”


มีปัญหาระหว่างสองซูเปอร์สตาร์แห่ง บาร์เซโลน่า อย่าง ลีโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ ขึ้น กรณีเรื่องการให้ทีมซื้อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เข้ารังตามรายงานจากสื่อสเปน

โดย บาร์ซ่า ตกเป็นข่าวกับ คูตินโญ่ มาซักพักใหญ่ๆแล้ว โดยเฉพาะช่วงก่อนเจ็บยาวในฤดูกาลนี้ซึ่ง คูตี้ สามารถร่ายเวทย์ได้อย่างสุดยอดจนพา หงส์แดง ขึ้นไปติดลมอยู่บนหัวตาราง

ซึ่ง เนย์มาร์ เองก็คือคนสนับสนุนให้สโมสรดังแห่งแคว้นกาตาลัน ซื้อ คูตินโญ่ แบบเปิดเผย โดยเฉพาะกับการที่ทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นอย่างมากตั้งแต่ชุดเยาวชนของทีมชาติบราซิลด้วย

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ เองกลับไม่ต้องการให้ คูตินโญ่ เข้ามาเพราะมันจะเหมือนการเพิ่มอำนาจให้ เนย์มาร์ กลายๆ พร้อมเป็นลดทอนในส่วนของตัวเองด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คูตินโญ่ เองก็เพิ่งต่อสัญญากับ หงส์แดง จนถึงปี 2022 ส่วน เมสซี่ ก็เหลือเพียงแค่อีก 18 เดือนพร้อมมีโอกาสลาถิ่นคัมป์ นู ไปร่วมทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วย

โดนบ้าง! “คอนเต้” พูดถึง “มูรินโญ่” เรื่องปล่อย “ลูกากู-เดอ บรอยน์”


หลัง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอดถึง หลุยส์ ฟาน กัล ที่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นันเดซ และ แดนนี เวลเบ็ค แล้วล่าสุด อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ได้ออกมากล่าวถึง เดอะ สเปเชียล วัน ซึ่งปล่อยสองแข้งจาก เชลซี บ้าง

โดยสองนักเตะที่ว่านั้นก็คือ โรเมลู ลูกากู ไปอยู่ เอฟเวอร์ตัน และ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งปล่อยให้ โวล์ฟสบวร์ก แต่กลับมาเป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปัจจุบัน

“มันเป็นเรื่องยากมากๆ ในการพยายามจะตัดสินใจให้ดีที่สุด” คอนเต้ กล่าวถึงนักเตะสองรายนี้ “บางคราวเรามองว่ามันจะเป็นอย่างนี้ แต่ในอนาคตอาจตรงกันข้าม”

“สำหรับผม เหนือกว่าสิ่งอื่นใดสำหรับฟุตบอลมันก็เป็นเรื่องยากมากๆในการประเมินนักเตะ ลูกากู กับ เด บรอยน์ คือตัวอย่าง”

“บางทีนักเตะที่เล่นไม่ดีเลยตลอด 2 ปี แต่กลับมีซีซั่นอันสุดยอด มันเกิดขึ้นมาแล้ว ดังนั้นคงไม่ถูกนักถ้าจะตัดสินกันเรื่องนี้”

กทพ.เร่งปรับปรุงทางลงด่านฯบางแก้ว

กทพ.เร่งดำเนินโครงการปรับปรุงทางลงทางพิเศษกาญจนาภิเษก บริเวณด่านฯบางแก้ว ให้เร็วกว่าแผน

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการปรับปรุงทางลงทางพิเศษกาญจนาภิเษก บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางแก้ว ทั้งนี้ พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ ประธานกรรมการ กทพ. เปิดเผยว่าเนื่องด้วยในปัจจุบันบริเวณด่านดังกล่าว มีปริมาณการจราจรหนาแน่นส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านฯ ทำให้ผู้ใช้ทางพิเศษไม่ได้รับความสะดวกและส่งผลกระทบต่อการให้บริการ กทพ. จึงได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบรายละเอียดงานปรับปรุงทางลงทางพิเศษกาญจนาภิเษก บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางแก้ว เป็นงานก่อสร้างทางยกระดับขนาด 2 ช่องจราจร ข้ามถนนบางนา-ตราด และขยายช่องจราจรด้านขวา ช่วงทางลงก่อนถึงด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งโครงการนี้จะช่วยแบ่งปริมาณจราจรจากด่านบางแก้วทางออก 2 ได้ประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณจราจรทั้งหมด รวมถึงก่อสร้างช่องเก็บค่าผ่านทางระดับดินสำหรับด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษขาออกจำนวน 9 ช่องทาง และปรับปรุงช่องเก็บค่าผ่านทางเดิมจำนวน 2 ช่องทาง พร้อมติดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด (MTC) และแบบอัตโนมัติ (ETC) ให้สามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเก็บค่าผ่านทางเดิม นอกจากนี้ ยังได้ก่อสร้างอาคารที่พักสำหรับพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานในผลัดดึก ซึ่งขณะนี้โครงการฯ มีความก้าวหน้า ในการก่อสร้างคิดเป็นร้อยละ 52.79 ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 15.41
อย่างไรก็ตาม กทพ. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวโปรดสังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟจราจรต่างๆ และปฏิบัติเครื่องหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทางพิเศษ ซึ่งหากมีข้อร้องเรียนแจ้งเหตุ หรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กรุณาแจ้งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ โทร 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ธนาคารกลางจีนขึ้นดบ.ระยะสั้น-BOJคงอัตราเดิม

ธนาคารกลางจีน ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ขณะ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ตรึงนโยบายการเงิน 8งอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1%

สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายเดือนในวันพฤหัสที่ผ่านมา หลังจากการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติสิ้นสุดลงเมื่อวันพุธ ซึ่งผู้นำเตือนว่า การจัดการกับความเสี่ยงด้านหนี้จะเป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่งด้านนโยบายในปีนี้ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ทั้งนี้ PBOC ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.10% สำหรับสินเชื่อระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรในตลาดรอง

ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีมติตรึงนโยบายการเงินในการประชุมวันพฤหัสที่ผ่านมา และคงมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการขยายมาตรการกระตุ้นทางการเงินเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้บีโอเจมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% สำหรับเงินฝากส่วนเกินที่สถาบันการเงินฝากไว้กับบีโอเจ โดยบีโอเจยังได้คงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนสำหรับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ทั้งนี้หลังจากที่ดำเนินโครงการซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลมากว่า 3 ปี แต่ไม่สามารถเร่งอัตราเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย 2% ได้ บีโอเจก็ได้ทำการปฏิรูปกรอบนโยบายในเดือนก.ย.ปีที่แล้วมาเป็นการกำหนดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย

ทช.สร้างถนนดันท่องเที่ยวสมุทรสงคราม-เพชรบุรี

กรมทางหลวงชนบท สร้างถนนกว่า 14 กม. เสริมการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันตกสมุทรสงคราม-เพชรบุรี

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก เพื่อใช้เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคกลางตอนล่างต่อเนื่องภาคใต้ตอนบนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ ระนอง ซึ่งเป็นที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ สามารถส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อกระตุ้นการลงทุนทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งชุมชน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนสามารถใช้เป็นเส้นทางโครงข่ายสายรองในการเชื่อมต่อกับถนนสายหลักในการเดินทางลงสู่ภาคใต้ได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นจึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนสาย บ้านคลองโคน – บ้านบางตะบูน อำเภอเมือง,บ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม,เพชรบุรี เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายให้สมบูรณ์และต่อเนื่อง โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการแยกจากทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี – ปากท่อ ถนนพระราม 2ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทาง 14.386 กิโลเมตร ปัจจุบันผลการดำเนินงานก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 48 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2561 ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 297.180 ล้านบาท

ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้าง เป็นพื้นที่ดินอ่อนมีอัตราการทรุดตัวสูง ดังนั้นรูปแบบในการก่อสร้างกำหนดเทคนิควิธีการแก้ไขปัญหาโดยการใช้เสาเข็มในการปรับปรุงโครงสร้างและเสถียรภาพคันทาง เพื่อให้ถนนเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถรองรับปริมาณการจราจรที่จะมาใช้เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดภาระในการบำรุงรักษาอีกด้วย

กรมเจ้าท่าหารือยกระดับเรือคลองแสนแสบ


กรมเจ้าท่า หารือผู้ประกอบการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ยกระดับความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่ายกระดับความปลอดภัยการให้บริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบให้สูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ห้ามมีผู้โดยสารยืนบริเวณที่จัดไว้สำหรับผู้โดยสารนั่ง ให้ยืนได้บริเวณที่ว่างท้ายเรือ ตามความสามารถรับน้ำหนักของเรือ ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ได้หารือกับผู้ประกอบการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน ได้แก่

1. เสริมเรืออกจากท่าเรือต้นทาง ในช่วงเวลาเร่งด่วนระหว่างเวลา 07.30 – 08.35 น. และ 17.50 – 18.35 น. ให้ถี่มากยิ่งขึ้นและจัดเรือเสริมเฉพาะท่าเรือที่มีผู้โดยสารหนาแน่นเป็นท่าต้นทาง

2. ในช่วงเวลาเร่งด่วนให้เรือเปล่าวิ่งตรงกลับมายังท่าต้นทางที่กำหนดไว้

3. เรือที่ปล่อยจากท่าเรือต้นทางในช่วงเวลาเร่งด่วนจะรับผู้โดยสารร้อยละ 70 เพื่อให้มีพื้นที่รองรับผู้โดยสารในท่าเรือถัดไป

โดยผลจากการปรับการเดินเรือดังกล่าวทำให้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 สามารถบริหารการขนส่งผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่มีผู้โดยสารตกค้างหรือรอเรือนานเกินสมควร และสำหรับมาตรการปล่อยเรือคาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะสามารถปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้กรมเจ้าท่ายังได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยต่างๆ เช่น กำหนดความเร็วการเดินเรือไม่เกิน 20 กม./ชม. ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดประจำท่าเรือ