เปิดโผ หุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ-เงินบาทอ่อนค่า

นักวิเคราะห์มอง เม็ดเงินจาก LTF ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี จะดันดัชนีไปที่ 1,530 จุด กลยุทธ์แนะเลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ-เงินบาทอ่อนค่า

บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ คาดว่า LTF 3 หมื่นล้านบาท ที่จะเข้ามาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนภาพการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในช่วงปลายปี โดยในสัปดาห์นี้สามารถคาดหวังเม็ดเงิน LTF ก้อนใหญ่ที่จะเข้ามาก่อนสิ้นปีได้

จากการประมาณยอดซื้อ LTF ด้วยสมการถดถอย คาดว่าในปี 2559 จะมีเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และตามสถิติแล้วควรเข้ามาในเดือน ธ.ค. อย่างน้อย 45% ของยอดซื้อทั้งปี โดยยอดซื้อ LTF ในช่วง 10 เดือนแรกมีเข้ามาเพียง 2.55 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ยังคงเหลืออีก 4.0 หมื่นล้านบาท ขณะที่สถาบันฯมียอดซื้อในเดือน พ.ย. – 23 ธ.ค.59 เพียง 9.8 พันล้านบาท เท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ดัชนีหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอย่างที่คาดหวัง มอง LTF ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีจะดันดัชนีไปที่เป้าหมายสิ้นปี 1,530 จุด โดยวันนี้น่าจะขึ้นทดสอบ 1,519 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงยังคงเลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ BEAUTY, MEGA เป็น Top Pick และเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า KCE, DELTA และ ดอกเบี้ยขาขึ้น BLA ,SCB และ Commodity Play PTTEP, GUNKUL

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเคลื่อนกรอบจำกัด

บริษัทไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบางและปริมาณการผลิตจากลิเบียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 – 30 ธ.ค. 59 คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่ กรอบ 50 – 54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 52 – 57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด เนื่องจากภาวะการซื้อขายที่เบาบางในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี รวมถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากปริมาณการผลิตของลิเบียที่เพิ่มขึ้นหลังบริษัทน้ำมันสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มผู้ประท้วงในการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันดิบและแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการปรับลดปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก ที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 60 เป็นต้นไป มีส่วนสนับสนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับลดลงในกรอบจำกัดราคาน้ำมันดิบคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบางและปริมาณการผลิตจากลิเบียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ร.ฟ.ท.ชูแคมเปญขบวน-สถานีปลอดบุหรี่สุรา

ร.ฟ.ท. รณรงค์รับมือปีใหม่ ชูแคมเปญ บนรถไฟและสถานีปลอดบุหรี่และสุรา ฟันผู้ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ ตั๋วรถไฟสายเหนือ – ใต้ ยอดจองเต็ม

นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กลุ่มธุรกิจการเดินรถ เปิดเผยภายหลังเปิดกิจกรรมรณรงค์สร้างความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ชูแนวคิด บนรถไฟและสถานี ปลอดบุหรี่และสุรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และ นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ว่า การขายและดื่มสุราบนรถไฟถือเป็นปัญหาใหญ่ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร ซึ่งการรถไฟได้ประกาศควบคุมการดื่มสุราบนรถไฟและสถานีรถไฟ ห้ามไม่ให้มีการเร่ขายสุราบนรถไฟ โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการออกฎหมายนี้ เพราะช่วยให้ปลอดภัย ลดปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากคนเมาขาดสติ เสียงดังรบกวนและอาจเกิดการทำร่ายร่างกันเกิดขึ้น โดย ร.ฟ.ท. ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มขบวนรถไฟให้ปลอดสุรา พร้อมเน้นย้ำพนักงานขับรถ ก่อนขับ แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ โดยผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่บนรถไฟและสถานี มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับผู้ที่ขายหรือดื่มสุรา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจความปลอดภัยประจำการรถไฟทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กองบังคับการตำรวจรถไฟได้ร่วมกับทุกฝ่าย ตั้งจุดบริการและจุดตรวจสอบใหญาทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ หัวลำโพง แอร์พอร์ต ลิงก์ มักกะสัน สถานีรถไฟเชียงใหม่ และสถานีรถไฟหาดใหญ่

นอกจากนี้ นายทนงศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ตั๋วโดยสารรถไฟระหว่างวันที่ 28 – 30 ธันวาคม 2559 ในเส้นทางสายเหนือกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และสายใต้ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ ถูกจองเต็มหมดแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสายอีสาน กรุงเทพฯ – หนองคาย และกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ยอดจองแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้ทำการออกตั๋วโดยสารเพิ่ม พร้อมจัดพ่วงรถโดยสารรถไฟฟรีในเส้นทางสายหลัก ซึ่งในวันที่ 30 ธันวาคม นี้ จะเพิ่มตู้โดยสารกระบวนรถไฟฟรี 10 ตู้ ในเส้นทางกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี, กรุงเทพฯ – อุดรธานี และ 8 ตู้โดยสาร ในเส้นทางกรุงเทพฯ – ศิลาอาสน์ ขณะที่เที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2 – 3 มกราคม ทั้งสายเหนือและสายใต้จองเต็มแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้มีการสำรองขบวนรถพิเศษไว้รองรับการเดินทางของประชาชนเช่นกัน

ก.ท่องเที่ยวแจ้งความหลังเว็บไซต์ถูกแฮก

กระทรวงท่องเที่ยวแจ้งความ หลังถูกกลุ่ม แฮกเกอร์ Anonymous โจมตี ทำเว็บไซต์เสียหาย ชี้ มีผลกระทบ ปชช. ธุรกิจ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันนี้ได้มอบอำนาจให้ ร.ต.สิงหปิญะ วิชานนะ นิติการชำนาญการ ดำเนินการในเรื่องการแจ้งความ หลังจากเว็บไซต์ของกระทรวงได้ถูกกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous โจมตี ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ถือเป็นการละเมิดระบบข้อมูลของส่วนราชการ อาจทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบ เพราะข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 เวลา 21.32 น. จำเป็นต้องปิดระบบชั่วคราว และจากนี้ไปจะมอบหมายให้ ไทยเซิร์ต (ThaiCERT GMS : Government Monitoring System) เข้ามาร่วมวางมาตรการกับกระทรวงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นในอนาคต ซึ่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อประชาชนและธุรกิจโดยทั่วไป ฉะนั้นต้องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง ของระบบข้อมูลให้เป็นอย่างดี

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

กระแสข้าวไรซ์เบอร์รี่กำลังมาแรง และเราก็ยินดีที่จะให้กระแสนี้อยู่ด้วยกันกับคนไทยไปนานๆ เพราะของดีของเด็ดอยู่ในมือคนไทยแล้ว ไม่อยากให้คนไทยต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมอื่นๆ ให้เปลืองเงิน เพราะข้าวดีๆ ในบ้านเราทั้งรสชาติดี และมีประโยชน์มากเสียจนเราไม่อยากให้พลาด

เรามาดูกันดีกว่าว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ได้มาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวหอมมะลิ 105 มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง

 

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

1.มีโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมองและตับ

2.ลดไขมัน คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด

3.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

4.ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง และหัวใจ

5.ป้องกันโรคเหน็บชา

6.มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดเความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

7.แก้ท้องเสีย ท้องร่วง

8.ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม

9.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

10.ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

11.ลดความดันโลหิตสูง

12.มีกากใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการขับถ่าย

 

วิธีการหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้อร่อย

ปกติแล้วข้าวไรซ์เบอร์รี่มักจะสีในแบบที่ยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดติดมาด้วย ดังนั้นจึงอาจทำให้เวลาหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แล้วดูไม่ค่อยฟูขึ้นหม้อเท่าที่ควร และข้าวอาจจะไม่นุ่มมากเท่าข้าวขาว

ใครที่ไม่คุ้นชินกับรสชาติของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในช่วงแรกๆ อาจผสมหุงกับข้าวหอมมะลิอัตราส่วน 1:1 หรืออาจจะลองใส่น้ำในอัตราส่วน 1:2 ก็ได้ แล้วหม้อที่ใช้หุงด้วยค่ะ

หรือจะลองแช่ข้าวในน้ำก่อน 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยหุง ก็จะได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นุ่มขึ้นมาก

ลองหาข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทานกันดูนะคะ รับรองว่าได้ประโยชน์ดีๆ พร้อมกับรสชาติอร่อยๆ ทานเท่าไรก็ไม่มีวันเบื่อแน่นอน

อาหารร้อน เสี่ยงโรค?

ใครๆ ก็บอกให้เรากินร้อน ช้อนกลาง แล้วอาหารร้อนๆ จะเสี่ยงโรคได้อย่างไร? แต่โชคร้ายที่มันเป็นไปแล้ว เพราะผลการศึกษาล่าสุด ระบุว่า การรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการทำด้วยความร้อนสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ และยิ่งผ่านกระบวนการทอดซ้ำ ก็ยิ่งเป็นอันตรายเพิ่มขึ้น

หลายคนอาจเถียงว่า “นั่นเขาหมายถึง อาหารประเภามันๆ ทอดๆ หรือเปล่า?” นั่นก็ถูกต้อง อาหารที่ทอดในน้ำมันปริมาณมาก และใช้ความร้อนค่อนข้างสูง หรือที่เรียกว่า Deep-Fried ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่ง ไก่ทอด หมูทอด กล้วยทอด หรืออื่นๆ หากทานในปริมาณมากอาจทำให้อ้วน น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ไขมันพอกตับ ไปจนถึงเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจได้

แต่จากผลการศึกษาล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้มีการนำมาเผยแพร่ใน Journal Nutrition นั้น ระบุว่า สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหากลับกลายเป็นอุณหภูมิ หรือความร้อนที่เราใช้ในการทำอาหาร มากกว่าปริมาณของน้ำมัน

Raj Bhopal ผู้เขี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Edinburgh กล่าวว่า เมื่ออาหารโดนความร้อนสูง จะทำให้เกิดสารประกอบบางอย่าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงอยู่ที่อุณหภูมิ พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อเราทำอาหารด้วยกรรมวิธีที่ต้องใช้ความร้อนสูง จะมีสารเคมี ที่เรียกว่า NFC หรือ neo-form comtaminants ซึ่งในกลุ่มนี้รวมถึงกรดไขมันทรานส์ หรือ trans fat ที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจด้วย ยิ่งใช้ความร้อนสูง ก็ยิ่งทำให้มีไขมันทรานส์สูงในอาหารด้วยนั่นเอง

นักวิจัยเชื่อว่า อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันและความร้อนสูง เป็นสาเหตุของอัตราการเกิดโรคหัวใจที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในทวีปเอเชียใต้ เช่น ประเทศปากีสถาน อินเดีย บังคลาเทศ ภูฏาน มัลดีฟ และศรีลังกา ซึ่งพบว่า ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของประชากรเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

ดังนั้น คำเตือนที่ว่า “กินร้อน ช้อนกลาง” ยังคงใช้ได้ผลอยู่ แต่อาจจะต้องเพิ่งเคล็ดลับอีกนิดว่า “ต้องปรุงด้วยความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ร้อนจนเกินไป” อีกด้วย เพราะฉะนั้นอาหารที่ผ่านความร้อนไม่สูงมาก แต่ผ่านความร้อนไม่นาน เช่น ผัด ย่าง และเลือกอาหารที่สุกง่ายเข้าไว้ เช่น ปลา ไก่ ก็อาจจะเป็นทางเลือกของคนที่รักสุขภาพหลายๆ ท่านได้ค่ะ

ทำไม? คนไทยถึงเสียชีวิตจากมะเร็ง มากเป็นอันดับ 1

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตดับหนึ่งของคนไทยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น พบผู้ป่วยรายใหม่ราว 120,000 คนต่อปี แนะเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย ไม่เครียด พักผ่อน ให้เพียงพอ ออกกาลังกายสมํ่าเสมอ ช่วยลดเสี่ยงโรคได้

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า โรคมะเร็ง เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ของเซลล์ในร่างกาย ส่งผลทําให้เซลล์เจริญเติบโตและเพิ่มจํานวนอย่างรวดเร็ว ในปริมาณมากกว่าปกติ ถ้าเซลล์พวกนี้ เกิดอยูในอวัยวะใด ก็จะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมนํ้าเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยจาก สถิติพบว่า โรคมะเร็งเป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 รองลงมาคือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข ยังพบว่า คนไทยเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชัวโมงละเกือบ 7 ราย

ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสําคัญ ที่ทําให้เกิดโรคมะเร็งมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็ง ที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม เป็นต้น รวมถึงการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิดและปัจจัยจากภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติ ทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกนและภาวะทุพโภชนา เป็นต้น

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสําราญ ผ้อํานวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมวา โรคมะเร็งถึงแม้จะเป็นโรคร้าย แต่เราสามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกนและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ ด้วยการเลือกทานอาหารมีประโยชน์ หลากหลาย ผักผลไม้ ตรวจร่างกายเป็นประจํา ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กซ์มัว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้า ไม่กินปลานํ้าจืดดิบ หลีกเลี่ยงการรับมลพิษจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมและในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ หากมีความจําเป็นต้องสัมผัส สารพิษหรือสารเคมีควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหรือคําแนะนํา อยางเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป ควรลดความเครียด พักผอนทั้งร่างกายและจิตใจ ออกกาลังกายสมํ่าเสมอ ควบคุมนํ้าหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด และควรตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม สามารถตรวจได้แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

แทนคุณพ่อแม่! “ธีรศิลป์” ดาวยิงเบอร์1ช้างศึกอุปสมบท

”มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทย สังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรแชมป์ไทยลีก 2016 ได้ลาอุปสมบทที่ วัดอินทราสุการาม ในจังหวัดสุรินทร์ บ้านเกิดท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 28 ปี ตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งได้รับฉายาว่า “คัมภีรธัมโม” ซึ่งแปลว่า ผู้มีธรรมอันลึกซึ้ง

โดย ดาวยิงทีมชาติไทย เพิ่งจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังรับบทกัปตันทีมพา “ทัพช้างศึก” ป้องกันแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ได้สำเร็จ นับเป็นการซิวแชมป์อาเซียน สมัยที่ 5

นอกจากนี้เจ้าตัวยังทำประตูในทัวร์นาเมนต์ไปได้ถึง 6 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำการแข่งขันไปครอง

พยาธิใบไม้ตับ ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

สถานการณ์ของโรคพยาธิใบไม้ตับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น คณะนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าคนไทย 10 % หรือ 6 ล้านคน ติดโรคพยาธิใบไม้ตับที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Opisthorchis viverrini โดยพบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งของท่อน้ำดีในตับ เนื่องจากประชาชนนิยมบริโภคปลาดิบที่ติดพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบผู้เป็นมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในประเทศและในโลกด้วย

รู้จักพยาธิใบไม้ตับ

โรคพยาธิใบไม้ตับ มีสาเหตุมาจากพยาธิที่มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ โดยมีส่วนหัวและส่วนท้ายของลำตัวเรียวมน ขนาดของพยาธิใบไม้ตับมีลำตัวยาว 5-10 มม.กว้าง 1-2 มม.ในลำตัวจะมีระบบสืบพันธุ์ของทั้งเพศผู้และเพศเมีย พบได้ทั้งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงหนือ ภาคเหนือของไทย และประเทศลาวในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง

วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับ พยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในท่อทางเดินน้ำดีที่อยู่ในตับของคน สุนัขและแมว พยาธิตัวเต็มวัยผสมพันธุ์แล้วสร้างไข่จำนวนมาก ซึ่งไข่ของพยาธิชนิดนี้มีขนาดเล็กสีน้ำตาลเหลือง ไข่ที่ออกมาจะปะปนมากับน้ำดี และลงสู่ลำไส้เล็ก จากนั้นออกสู่ภายนอกร่างกายโดยการถ่ายอุจจาระ หากไข่ตกลงสู่น้ำจะถูกหอยน้ำจืดขนาดเล็กบางชนิดที่มีความสามารถเป็นพาหะขั้นที่ 1กินเข้าไป ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่พยาธิจะใช้เวลาเจริญในหอยประมาณ 6-8 สัปดาห์ จึงออกจากหอยและว่ายน้ำไปไชเข้าใต้เกล็ดของปลาน้ำจืด (เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากะสูบ ปลาแม่สะแด้ง ปลาซิว ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวนา) แล้วเจริญเป็นพยาธิตัวอ่อน ระยะติดต่อในเนื้อปลา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ เมื่อคนหรือสุนัข และแมวกินเนื้อปลาที่ปรุงไม่สุกหรือดิบ ก็จะได้รับตัวอ่อนพยาธิระยะติดต่อเข้าไป เมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กย่อยเนื้อปลา ผนังหุ้มตัวอ่อนของพยาธิ ก็จะทำให้ตัวอ่อนของพยาธิออกมาคืบคลานเข้าไปในระบบท่อน้ำดี ผ่านทางรูเปิดที่ลำไส้เล็ก และเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยต่อไป

อาหารก่อโรค ที่เสียงต่อพยาธิใบไม้ตับที่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมกินที่ทำจากปลาที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ปลาสด ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา ปลาหมกไฟ ปลาปิ้ง ลาบปลา ปลาร้า แจ่วบอง ซึ่งตัวอ่อนของพยาธิระยะติดต่อ ยังมีชีวิตอยู่ และสามารถเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีภายในตับได้ นอกจากพยาธิใบไม้ตับที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งของท่อน้ำดีแล้ว ยังพบว่ามีสารไนโตรซามีน(Nitrosamine)ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในอาหารพวกโปรตีนหมัก เช่น ปลาร้า ปลาส้ม หมูส้ม แหนม และอาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น กุนเชียง ไส้กรอก เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ก็เป็นปัจจัยเสริมก่อโรคด้วย

อาการ ผู้ที่ติดโรคพยาธิใบไม้ตับ มีตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลย ซึ่งอาจเป็นเพราะมีจำนวนพยาธิไม่มากนัก หรืออาจมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อเป็นครั้งคราว อาการร้อนท้อง อาการต่อมาที่พบคือ อาการเบื่ออาหาร ท้องอืดมาก ตับโต และกดเจ็บบริเวณตับ (บริเวณชายโครงขวา) อาการที่รุนแรงมักพบมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงจนมีอาการหนาวสั่น ซึ่งมักเกิดจากอาการแทรกซ้อน เช่น ท่อทางเดินน้ำดีอุดตันจากตัวพยาธิไปอุด การอักเสบติดเชื้อของท่อทางเดินน้ำดีหรือถุงน้ำดี หรือมะเร็งของท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุด

การตรวจวินิจฉัยที่ง่ายที่สุด การตรวจอุจจาระและพบไข่พยาธิ ซึ่งไข่มีรูปร่างคล้ายหลอดไฟฟ้าชนิดกลมมีไส้ ไข่มีขนาดเล็กสีน้ำตาลเหลือง นอกจากนี้อาจตรวจทางวิทยาภูมิคุ้มกัน หรือการตรวจทางรังสีวินิจฉัยร่วมด้วย

การรักษา ปัจจุบันใช้ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษา ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีมาก โดยอัตราการรักษาหายประมาณร้อยละ 91-95 แต่เมื่อรักษาหายแล้วถ้ายังไม่เลิกกินปลาดิบที่มีตัวอ่อนพยาธิอยู่ ก็จะทำให้กลับมาเป็นโรคได้อีก ดังนั้นการรักษาให้หายขาดต้องเลิกกินปลาดิบ ส่วนในผู้ป่วยที่มีการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรังหรือจากมะเร็งของท่อน้ำดี จะใช้การรักษาทางศัลยกรรมร่วมด้วย

ข้อมูลจากคณะนักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าในรายที่เป็นมะเร็งของท่อน้ำดี การรักษาโดยการผ่าตัดทำได้ในผู้ป่วยจำนวนร้อยละ 10-15 ส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดเพื่อบรรเทาภาวะแทรกซ้อนของมะเร็งท่อน้ำดี ร้อยละ 85-90 ต้องรับการรักษาต่อด้วยวิธีเคมีบำบัด ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ผลการรักษาที่ดี และปัจจุบันกำลังมีการศึกษาวิจัยหาวิธีการรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยยิ่งขึ้น

การดูแลผู้ป่วยที่ติดโรคพยาธิใบไม้ตับ แนะนำให้กินยาตามที่แพทย์สั่ง และต้องเลิกกินปลาดิบ ส่วนในผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือมะเร็งในท่อน้ำดี จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่มีสาเหตุมาจากพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งตับ

1. เลิกกินปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด แบบดิบหรือปรุงไม่สุก

2. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง ได้แก่ อาหารที่มีราขึ้น อาหารที่ใส่ดินประสิวและไนโตรซามีน เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม แหนม ไส้กรอก รวมถึงอาหารประเภทหมักดอง

3. กินอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

4. เลิกดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ซึ่งในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากถึง 43 ชนิด

5. ขับถ่ายในส้วมให้ถูกสุขลักษณะ เพราะถ้าถ่ายไม่ถูกที่ ของเสียที่ลงสู่แม่น้ำลำคลองก็จะทำให้ไข่ของพยาธิใบไม้ตับมีโอกาสแพร่กระจายเข้าสู่หอยน้ำจืดซึ่งเป็นพาหะที่ 1 ของพยาธิใบไม้ตับได้

โดยสรุปโรคพยาธิใบไม้ตับมีหลักการในการควบคุมและป้องกันโรคง่ายมากคือ เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคปลาดิบ ให้หันมากินปลาที่ปรุงสุกแทน แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยาก เพราะเป็นวัฒนธรรมการกินที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แม้ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จะพยายามรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของโรคพยาธิใบไม้ตับ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งของท่อน้ำดีก็ตาม

ว่าแต่ถ้าใครติดโรคพยาธิใบไม้ตับแล้ว สามารถขอรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง อย่าละเลยนะคะ

สุขภาพดีขึ้นทันตา เมื่อดื่มน้ำ “ถูกปริมาณ ถูกเวลา”

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นมีองค์ประกอบของน้ำ 50-70% ไม่ว่าจะเป็นภายในเซลล์ ตามอวัยวะต่างๆ ระบบการทำงานของร่างกายทั้งหมด หรือเลือดที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ทั้งยังเป็นสารอาหารที่สำคัญของมนุษย์ในการดำรงชีวิตในทุกช่วงทุกวัย การดื่มน้ำบ่อยนั้นก็เป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี แต่ก็ควรมีระยะเวลาในการดื่มน้ำ และวิธีดื่มน้ำตามที่ร่างกายของมนุษย์สมควรได้รับ

ดื่มน้ำอย่างไร ให้สุขภาพดี

– ตื่นนอนตอนเช้าควรจะดื่มน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นดื่มง่ายกว่าน้ำธรรมดา และอุณหภูมิของน้ำที่ดื่มไม่ต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย จึงไม่เป็นการไปดึงอุณหภูมิร่างกายให้เย็นลง หรืออาจเป็นน้ำที่อุณหภูมิห้องก็ได้ ควรดื่ม 1-3 แก้วให้ได้อย่างต่ำ 500-750 มิลลิลิตร ช่วงเวลาหลังตื่นนอนเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง ร่างกายและเลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ และเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย

– 15 นาทีก่อนอาหาร ระหว่างทานอาหาร และหลังทานอาหาร 30 นาที ทั้ง 3 เวลานี้ ดื่มน้ำรวมกันทั้งหมดไม่ควรเกินครึ่งแก้ว เพราะหากดื่มน้ำมากเกินไประหว่างทานอาหารจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเจือจางลง ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารร่างกายย่อยอาหารได้ไม่ดี

– ช่วงเวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า ควรดื่มน้ำให้ได้ 2 แก้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไป

– ตลอดทั้งวัน ดื่มน้ำทีละนิด แบบจิบทีละ 2 – 3 อึก จิบบ่อยๆ ดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆ เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย

– ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1-2 แก้ว ให้มากกว่า 250 มิลลิลิตร เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

1. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้ดีขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันเรื่องริ้วรอยและผิวแห้งกร้าน

2. ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

3. ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย

4. ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น

5. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่

6. ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น

7. ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

8. ช่วยให้อวัยวะภายในร่างกายต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หัวใจ ไต เป็นต้น

9. ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำคือสิ่งที่ร่างกายมนุษย์ต้องการมากที่สุด เป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น และป้องกันโรคภัยต่างๆ เราจึงควรหันมาใส่ใจกับการดื่มน้ำให้มากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพักผ่อน การทานอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ