เก่งเกินอ่ะดิ ?? โรนัลโด้แฉโดนกรีซมันน์บอกว่าเกลียดใส่หน้า

“CR7” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปตาร์เรอัล มาดริด ได้กล่าวผ่านนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ว่าตนเองเคยถูก อ็องตวน กรีซมันน์ เดินมาหาถึงโต๊ะอาหารก่อนจะบอกว่า ฉันเกลียดนาย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ เรอัล มาดริด เอาชนะ แอต.มาดริด ไปได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้ยิงลูกจุดโทษคนสุดท้าย และยิงเข้าประตูไปทำให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ไปครองหลังในเวลาเสมอกัน 1-1

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เผยว่า “มันเป็นช่วงพักผ่อนหลังจบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ผมไปพักผ่อนที่ไมอามี่ และเราบังเอิญได้เจอกับ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเขามากับคู่หมั้นของเขา และจู่ ๆ เขาก็เดินมาหาผมที่โต๊ะนะ แล้วเขาก็ยิ้ม ๆ ก่อนจะบอกว่า โรนัลโด้ฉันเกลียดนาย แล้วเขาก็เดินจากไป”

ทั้งนี้ สาเหตุที่ อ็องตวน กรีซมันน์ เดินมาบอกว่าเกลียดน่าจะเป็นเพราะว่าโรนัลโด้ดันยิงลูกโทษลูกสุดท้ายเข้าประตูไปเลยทำให้ทีมตราหมีไม่ได้ลุ้นต่อในการยิงลูกโทษชี้ขาด และคงเป็นการแซวกันขำ ๆ เท่านั้นระหว่างผู้เล่น

ศราวุฒิ มาสุข ปลื้มสวมบทฮีโร่โขกชัยให้ ทัพช้างศึก


ศราวุฒิ มาสุข แนวรุก ทีมชาติไทย ออกอาการดีใจสุด ๆ หลังสวมบทซูเปอร์ซับโขกประตูชัยช่วยให้ทัพ “ช้างศึก” เฉือนชนะ สิงคโปร์ พร้อมกับผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้สำเร็จ

ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ ที่มาตั้งรับกันทั้งทีมไปได้แบบหืดขึ้นคอ 1-0 โดยได้ประตูจาก ศราวุฒิ มาสุข ที่ลงมาเป็นตัวสองรองโขกประตูชัยในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ทัพ “ช้างศึก” การันตีเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้วด้วยชัยชนะสองเกมติดเก็บ 6 คะแนนเต็ม

โดยหลังจบเกมแข้งวัย 26 ปี ก็ออกมาเปิดใจว่า “รู้สึกดีใจมากครับที่เรามาได้ประตูในช่วงสำคัญของเกมด้วย ทำให้เราได้ 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบต่อไปของเราด้วยครับ วันรู้สึกดีใจที่วันนี้พี่โก้ให้โอกาสลงสนาม ผมเองก็มีความกระหาย และสามารถทำได้ เกมต่อไปเราก็จะเล่นกันอย่างเต็มที่เพราะเราอยากได้ 9 คะแนนเต็ม”

“ทุกคนในทีมสำคัญหมดครับ แต่ผมเองก็อยากได้รับโอกาสที่จะลงไปเล่น และอยากทำผลงานให้ดีที่สุด พอลงไปแล้วเราทำได้ทุกอย่างดีผมก็ดีใจ ส่วนจังหวะที่ทำประตูได้ตอนนั้นก็ดีใจครับเพราะเรานำในช่วงเวลาที่สำคัญและสามารถคว้า 3 คะแนนเต็ม ตอนนั้นดีใจสุด ๆ แต่เราก็ยังดีใจที่สุดไม่ได้เพราะเรายังไปไม่ถึงแชมป์”

สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง


หลายต่อหลายครั้งที่เห็นคนไข้แล้วเศร้าใจ เพราะเหตุที่คุณผู้หญิงทั้งหลายหันไปรักษามะเร็งด้วยสมุนไพร มาเจอคนไข้อีกทีก็เข้าขั้นระยะรุนแรง หรือหมดทางเยียวยาแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ยิ่งมะเร็งที่เกิดในสตรี เช่น มะเร็งปากมดลูกด้วยแล้ว หากรายไหนหมอบ่งชี้ว่า ควรจะรับการรักษาโดยวิธีรังสีรักษา ก็มักจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยความเข้าใจผิดของผู้ป่วยนั่นเอง

อยากจะบอกคุณผู้หญิงทั้งหลายว่า ผู้ที่เป็นมะเร็ง ไม่ได้แปลว่าตนจะต้องตายสถานเดียว ถ้าตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ

การรักษามาตรฐานที่ใช้กันมี 3 วิธี คือ

1. การผ่าตัดรักษา เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งวิธีการผ่าตัดก็หลากหลายแล้วแต่ชนิดของโรค

2. รักษาโดยยาเคมีบำบัด มักใช้ในโรคมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยกำจัดมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัด หรือเพื่อกันการเกิดซ้ำของโรค โดยหมอจะพิจารณาการใช้ยาเคมีบำบัดอย่างไร ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และปริมาณมะเร็งที่หลงเหลือจากการผ่าตัดหรือขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ ของคนไข้

3. รักษาโดยรังสีรักษา ซึ่งในปัจจุบันอาจจะรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด ซึ่งได้ผลดีในการรักษามะเร็งปากมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม ผลการรักษายังขึ้นกับระยะของโรค ถ้าเป็นระยะแรกโอกาสหายเกือบจะ 100 % สำหรับภาวะแทรกซ้อนของการรักษานั้น พบน้อยมาก เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนจึงแทบจะไม่มี

การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวถือเป็นการรักษาโรคแผนปัจจุบัน ต้องผ่านการศึกษาวิจัยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักทางสถิติและทางวิทยาศาสตร์ มีการทดลองในหลอดแก้วและในสัตว์ พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและใช้ได้ผลในการรักษาจริง ก่อนจะนำมาใช้รักษากับผู้ป่วย โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ อีกทั้งผลงานดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกด้วย

แต่สำหรับการใช้ยาสมุนไพรรักษามะเร็งนั้น ยังไม่มีรายงานผลการรักษาที่เชื่อถือได้ชัดเจน มักพูดกันปากต่อปาก หรือเป็นไปตามกระแสข่าว ทำให้เกิดความหลงเข้าใจผิดไป ยิ่งกว่านั้นยาสมุนไพรบางชนิดยังผสมยาเคมีบำบัดเข้าไปด้วย อาจทำให้คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การกดไขกระดูกมากขึ้น และหากผู้ป่วยรักษาร่วมกับแผนปัจจุบันอีก อาจทำให้การรับยาไม่ได้ตามที่กำหนด จึงเกิดผลเสียในการตอบสนองต่อยาแผนปัจจุบัน และอาจทำให้การรักษาล้มเหลวในที่สุด

อันโตนิโอ คอนเต้ : ดีเอโก้ คอสต้า คือสุดยอดดาวยิง


อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหญ่ เชลซี ออกโรงยกย่อง ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าตัวเก่ง ที่ยิงประตูชัยเหนือ มิดเดิ้ลสโบรช์ พร้อมกับพาทีมขึ้นไปรั้งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก

หัวหอกทีมชาติสเปน สวมบทฮีโร่ยิงประตูโทนช่วยให้ เชลซี บุกไปเฉือนชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 1-0 ส่งให้ “สิงห์บลูส์” ทะยานขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จ โดยหลังจบเกม คอนเต้ ได้กล่าวชื่นชมดาวเตะวัย 28 ปีว่า “ดีเอโก้ ทำได้ดีมากทั้งเวลาที่ได้ครองบอล และไม่ได้ครองบอล เขาเป็นสุดยอดดาวยิง และตัวเขาเองก็รู้เรื่องนั้นดี เอแด็ง อาซาร์ และ เปโดร ก็ถือว่ามีความสำคัญกับความสมดุลในเกมของเรา และพยายามทำงานหนักเพื่อทีม”

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวอิตาลี ก็พูดถึงผลงานพาทีมเก็บชัยชนะ 6 นัดติดต่อกันในลีก โดยไม่เสียประตูว่า “มันเป็นเกมที่สมสมบูรณ์แบบ คุณต้องไม่ลืมว่า มิดเดิ้ลสโบรช์ เคยบุกไปเสมอ อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว ดังนั้นผมจึงพอใจกับฟอร์มการเล่น และทัศนคติของลูกทีมมาก นี่เป็นเกมที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่เราไม่เสียประตู และนั่นคือข่าวดีของเรา”

ประทุม ชูทอง – ทุกคนกำลังปรับตัวกับแผน 3 กองหลังของโค้ชซิโก้


ประทุม ชูทอง เซ็นเตอร์แบ็คฮาร์ดแมนทีมชาติไทย ยืนยันว่าในตอนนี้นักเตะทุกคนกำลังพยายามทำความเข้าใจกับระบบการเล่นใหม่กองหลัง 3 ตัวของ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อยู่ ซึ่งทุกคนเองก็รู้สึกพอใจ และยอมรับกับรูปแบบการเล่นใหม่นี้กันทั้งหมด

ทีมชาติไทย ได้ปรับมาเล่นแผนการเล่นใหม่ 3-4-1-2 ตั้งแต่ในเกมกับออสเตรเลียซึ่งผลงานถือว่าออกมาดูดีทีเดียว ทั้งความแข็งแกร่งในแนวรับ หรือว่าความหนักแน่นในแดนกลาง และระบบกองหน้าคู่ที่ทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป ซึ่งทาง ประทุม ชูทอง เองก็ยอมรับว่าเป็นแท็กติกใหม่ที่ดีทีเดียว

ประทุม ชูทอง เผยว่า “สำหรับแท็กติกใหม่ที่พี่โก้ให้มาคือกองหลัง 3 ตัว ผมว่ามันก็เป็นแผนการเล่นที่ดีนะครับ และในตอนนี้นักเตะทุกคนก็กำลังปรับตัวให้เข้ากับแผนการเล่นใหม่นี้อยู่ ซึ่งแผนนี้ถือว่าเป็นแผนที่นักเตะทุกคนเองก็ยอมรับ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง : ทั้งสิงคโปร์ และไทยต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี

“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยอมรับในการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ สิงคโปร์ ว่าทั้งสองทีมต่างรู้แท็กติกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เพราะว่าตัวโค้ชเองก็เคยเจอกันมาก่อนสมัยเป็นนักเตะ และจากผลงานที่เคยเจอกันมาบ่อย ๆ นอกจากนั้นยังเผยว่าการเจอกับสิงคโปร์คืองานหนักของจริง แต่ยังไงก็ตามเป้าหมายของไทยคือการเก็บ 3 คะแนนเต็ม

ทีมชาติไทย จะลงฟาดแข้งกับ สิงคโปร์ ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) ซึ่งทาง โค้ชซิโก้ เองก็ยืนยันว่านี่จะเป็นเกมที่หนักมากของไทย เพราะว่าสิงคโปร์จะพยายามมาเอา 3 แต้มจากไทยให้ได้แน่ ๆ เพราะว่าพวกเขามีเพียงแต้มเดียวจากเกมแรก แต่ยังไงก็ตามเป้าหมายเดียวของไทยในเกมนี้คือคว้าชัยชนะมาครองให้ได้เท่านั้น

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า “เกมพรุ่งนี้คิดว่าจะเป็นเกมที่สนุกแน่นอน และผมกับโค้ชสุนทรมูรติเองก็เคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ซึ่ง ตอนนี้เราต่างเป็นโค้ชหน้าที่ของเราก็คือจะทำหน้าที่ของเราให้ดี ลูกทีมเล่นให้เต็มที่ พรุ่งนี้คงเป็นเกมที่ยากที่สุดเหมือนกันของเรา เพราะสิงคโปร์เองมี 1 แต้มก็ต้องการได้ 3 แต้มจากไทย ฉะนั้นไม่ใช่งานง่ายของไทย แต่เราเชื่อว่าจะเป็นเกมที่สนุก เราจะเล่นแฟร์เพลย์ ส่วนผลการแข่งขันก็อีกเรื่องนึง แต่เป้าหมายของเราคือการได้ 3 แต้ม”

พาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าทรงตัว

กระทรวงพาณิชย์ เผย ราคาสินค้า วันนี้ทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันนี้ พบว่า ราคาสินค้าทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยเนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 120 – 125 บาท แต่หากเป็นเนื้อหมูตัดแต่งราคาจะเพิ่มขึ้นอีกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท ไก่สดทั้งตัว ราคากิโลกรัมละ 65 – 70 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.20 – 3.30 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคา ฟองละ 3.10 – 3.20 บาท กุ้งขาว ขนาด 70 – 80 ตัว/กก. ราคากิโลกรัมละ 190 – 220 บาท ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 – 28 บาท ผักบุ้งจีน กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 18 – 20 บาท กวางตุ้ง กิโลกรัมละ 22 – 25 บาท ถั่วฝักยาว มะเขือเทศผลใหญ่ กิโลกรัมละ 32 – 35 บาท แตงกวา กิโลกรัมละ 25 – 28 บาท มะนาว เบอร์ 1-2 ราคาลูกละ 2.50 – 3.00 บาท มะนาว เบอร์ 3-4 ราคาลูกละ 1.50 – 2.00 บาท และพริกขี้หนู กิโลกรัมละ 50 – 60 บาท ต้นหอม กิโลกรัมละ 160 – 170 บาท และ ผักชี กิโลกรัมละ 120 – 130 บาท

ยังไร้พ่าย! “วอร์ด” เฉือนแต้ม “โควาเลฟ” ซิวเข็มขัด 3 สถาบัน


อังเดร วอร์ด กำปั้นชาวสหรัฐฯ ประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการข้ามรุ่นไปคว้าแชมป์ ไลท์เฮฟวี่เวท ทั้ง 3 สถาบัน หลังเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน เซอร์เกย์ โควาเลฟ เจ้าของตำแหน่งชาวรัสเซีย ในการชกที่ ลาส เวกัส ประเทศสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

อังเดร วอร์ด กำปั้นชาวสหรัฐฯ กลายเป็นเจ้าของเข็มขัดในรุ่น ไลท์เฮฟวี่เวท ทั้ง 3 สถาบัน (WBA, WBO และ IBF) หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ เซอร์เกย์ โควาเลฟ เจ้าของตำแหน่งชาวรัสเซีย ไปได้ด้วยคะแนน 114-113 ทั้งสามเสียง

แม้ในช่วงยกที่ 2 เจ้าตัวจะเป็นฝ่ายถูกหมัดของแชมป์ ลงไปนอนกองกับพื้นแต่ก็มาเร่งทำแต้มในช่วงยกที่เหลือ ก่อนเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

จากชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้กำปั้นวัย 32 ปี ที่เพิ่มน้ำหนักจากรุ่นมิดเดิ้ลเวท มาชกในรุ่น ไลท์เฮฟวี่เวท เป็นครั้งแรก ยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ด้วยการชนะรวดทั้ง 31 ไฟต์ และเป็นการชนะน็อก 15 ครั้ง ขณะที่ เซอร์เกย์ โควาเลฟ เสียสถิติแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิตการชก

“โด้-เบล” หลบไป! “ซาอูล” เผยชื่อแข้งดีสุดของ “ราชันชุดขาว”

ซาอูล ญีเกซ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ของแอตเลติโก มาดริด ออกมาเผยชื่อผู้เล่นที่ดีที่สุดของเรอัล มาดริด ก่อนเกมดาร์บี้แมทช์สุดสัปดาห์นี้ โดยยกให้เป็น ลูก้า โมดริช กองกลางเชิงสูงของทีม เหนือกว่าแข้งดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้หรือแกเร็ธ เบล

“ตราหมี” มีคิวเปิดบ้านรับราชันชุดขาวช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งซาอูลได้ออกมายกย่องโมดริชว่าเป็นแข้งดีสุดของอีกฝ่าย เพราะเป็นคนขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า

“โมดริชเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของเรอัล มาดริด”

“เรารู้ว่าพวกเขามีผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุก แต่โมดริชเป็นตัวขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า” กองกลางดาวรุ่งเผย

 

สถานีต่อไป! “เรือ” เต็งฉุด “เมสซี่” ร่วมทัพ, “ผี” ไม่แย่ง แต่อยากมาก็พร้อมรับ

สื่อต่างแดนพากันประโคมข่าว หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด โดยยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋าที่จะได้ครอบครอง เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปีกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า

หลังจาก ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด ที่มีข่าวออกมาอีกว่ากัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า เรียกค่าเหนื่อยสูงถึง 825,000 ปอนด์ (ราว 37 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในสัญญาฉบับใหม่

ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าถิ่นคัมป์ นู อาจต้องเสียเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย และทีมที่มีโอกาสได้ครอบครอง เมสซี่ ก็มีไม่กี่สโมสร แต่สื่อยกให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋ามีโอกาสมากสุด เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปี ด้วยเหตุผลที่ทีมมีเงินมหาศาลและพร้อมสู้จ่ายค่าเหนื่อย

และยังจะได้กลับมาร่วมงานกับอดีตนายเก่าอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตอนนี้กุมบังเหียนนายใหญ่ประจำถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม และอีกประการคือ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริร่วมเมือง จะไม่แย่ง เพราะเข้าใจดีถึงสถานการณ์นักเตะอยากสวมเสื้อ “เรือใบ” มากกว่า “ผีแดง” ยกเว้นแต่ว่าเจ้าตัวสนใจอยากย้ายมาเล่นด้วย