ราคาน้ำมันดิบปรับลดจากแท่นขุดเจาะUSเพิ่ม

ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากสุดในรอบเกือบ 4 ปี

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์น้ำมันปิดตลาดประจำวันที่ 23 ม.ค. 2560 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลง 0.47 อยู่ที่ 52.75 เหรียญ ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.26 เหรียญ มาอยู่ที่ 55.23 เหรียญ โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากรายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ โดย Baker Hughes ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 29 แท่นขึ้นมาแตะระดับ 551 แท่น ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ เม.ย. 56 เป็นต้นมา ทั้งนี้ เกือบสองในสามของจำนวนแท่นที่เพิ่มขึ้นมาทั้งหมดตั้งแต่ พ.ค. 59 เป็นแท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งการผลิต Permian ซึ่งเป็นแหล่งการผลิตน้ำมันดิบในชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากคำแถลงของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของอิรัก ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ลำดับที่ 2 ในกลุ่มโอเปก ที่กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการขยายข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกออกไปอีก หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

ขณะที่ นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อ – ขายในตลาดน้ำมันดิบ หลัง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณที่จะดำเนินนโยบายปกป้องการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของบริษัทที่ไปตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ รวมไปถึงการถอนตัวจากข้อตกลงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการประชุมตัวแทนของกลุ่มโอเปกและผู้น้ำมันดิบนอกกลุ่ม ณ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในวันที่ 21-22 ม.ค. ที่เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 60 เป็นต้นมา ทางกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตนอกกลุ่มที่ได้ร่วมตกลงลดกำลังการผลิต ได้ทำการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวมกันได้แล้วทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยจะสามารถลดได้ถึงระดับ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นเดือนนี้ และคาดว่าจะทำได้ตามข้อตกลงที่ทำไว้ที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ก.พ. 60 นี้