ผลไม้เมืองหนาว
ประโยชน์ของผลไม้เมืองหนาว
ถ้าพูดถึงเมืองหนาวหลายคนอาจจะพูดถึงอากาศต่างประเทศและก็คงจะนึกถึงอากาศที่ชุ่มชื่นลายจังหวัดแถบทางภาคเหนือของประเทศไทยเรา มารู้จักผลไม้และประโยชน์อย่างมหาศาลที่มีแหล่งเพาะปลูกมาจากภาคเหนือบ้านเรา ประโยชน์ของผลไม้ในเขตหนาวบ้านเรามีอะไรกันบ้าง

ประโยชน์ของผลไม้เมืองหนาว
สตรอเบอรี่ (Strawberry) เป็นพืชที่ต้องปลูกในดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์และมีอุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส และมีอากาศเย็นตลอดปี ปัจจุบัน ได้พันธุ์ที่เหมาะสม สามารถปลูกได้ทั่วไปใน บริเวณ ตัวเมืองเชียงใหม่ และเขตชานเมือง
ประโยชน์ของสตรอเบอรี่ ป้องกันการเกิดมะเร็ง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ของวิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต และแอนโธไซยานินส์ที่มีอยู่มากมายในสตรอเบอรี่

ประโยชน์ของผลไม้เมืองหนาว
กีวี มีถิ่นกำเนิด ในประเทศจีน แต่มาได้รับความสำเร็จในการปลูกเป็นการค้า ที่ประเทศ นิวซีแลนด์ โครงการหลวงได้ทำการวิจัยการปลูก กีวี่ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 พบว่า กีวี่ ต้องการอากาศหนาวเย็นค่อนข้างมาก ขณะนี้ปลูกได้ดีที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ประโยชน์ของกีวี่ เนื่องด้วยกีวี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย โฟเลต, ไฟเบอร์,และวิตามินอี ทำให้เซลล์เม็ดเลือดและระบบย่อยแข็งแร็ง ปกป้องริ้วรอยอีกทั้งยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของผลไม้เมืองหนาว
สาลี่ (Asian pear) ด้วยรสชาติที่หวานกรอบสาลี่จึงเป็นผลไม้เขตหนาวที่ยอดฮิตเป็นอันดับต้นๆของคนไทย มีปลูกบนภูเขาทางภาคเหนือ สาลี่จะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิต่ำประมาณ 7.2 องเซลเซียสและมีความสูงตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป
ประโยชน์ของสาลี่ รักษาโรคเบาหวาน และลดวามเสี่ยงในโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยสรรพคุณของเส้นใย และ ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซี่ยม วิตามินซี

ประโยชน์ของผลไม้เมืองหนาว
บ๊วย (Chinese plum, Japannese apricot) เป็นผลไม้ที่อยู่คู่ผืนดินในจังหวัดชียงราย มานานพอสมควร นิยมปลูกกันมากสำหรับชาวเขา โดยทั่วไป เนื่องจากบ๊วยเป็นผลไม้ที่ปลูกง่ายและไม่ต้องดูแล รักษามากนัก อุณหภูมิที่ต้องการในการปลูกประมาณ 7.2 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า
ประโยชน์ของบ๊วย มีสรรพคุณแก้ปัญหาสตรีมีครรภ์ แพ้ท้อง วิงเวียนศีรษะ แก้คลื่นไส้ เมารถเมาเรือ อมบ๊วยจะช่วยลดอาการปรวนแปรในกระเพาะด้วยคุณสมบัติเป็นด่างในผลบ๊วย