สุวรรณภูมิเล็งปรับปรุงRunwayบางส่วนเริ่มมี.ค.

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมแผนปรับปรุง Runway บางส่วน มี.ค. – พ.ค.60 ชี้ เป็นช่วงเวลาเหมาะสมก่อนเข้าฤดูฝน ผู้โดยสารน้อยกว่าช่วงอื่นๆ

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีแผนปรับปรุงทางวิ่งด้านทิศเหนือบางส่วน ในระหว่างวันที่ 3 มีนาคม – 5 พฤษภาคม 2560 รวมทั้งสิ้น 60 วัน ทั้งนี้ แผนการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแผนการปรับปรุงทางวิ่งและทางขับตามระยะที่ ทอท. กำหนด เพื่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้ง การดำเนินการดังกล่าวอยู่ในช่วงเวลาการปรับปรุงที่เหมาะสมที่สุดเพราะเป็นช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝนของปี 2560 และเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้บริการของผู้โดยสารน้อยกว่าช่วงเวลาอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ใช้บริการโดยทั่วไปเป็นกังวลว่า อาจมีผลกระทบต่อความล่าช้าในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างการดำเนินการปรับปรุงทางวิ่งนั้น ทสภ. ได้พิจารณาและตรวจสอบปริมาณเที่ยวบินและสถิติจำนวนผู้โดยสารแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศและเดินทางผ่านทางท่าอากาศยานดอนเมือง โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อการให้บริการ ซึ่ง ทสภ. ได้เตรียมแผนการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการผู้โดยสารได้ ทั้งนี้ ทางวิ่งเส้นที่มีการปรับปรุงดังกล่าวยังคงความสามารถในการทำการบินขึ้นได้ต่อไป

พพ.ลุยระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์

พพ. เดินหน้าโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ประจำปี 2560 ตั้งเป้าพื้นที่รวม 5,000 ตร.ม.

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้จัดทำโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (พาราโบลาโดม) ประจำปี 2560 เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกรมีการใช้พลังงานทดแทน และกระตุ้นให้เกิดการใช้เทคโนโลยีระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งวันนี้จนถึง 20 ก.พ. 2560 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่ง พพ. ให้เงินสนับสนุนร้อยละ 35 ของเงินลงทุน ดำเนินการสร้างพาราโบลาโดม ตามแบบมาตรฐานของ พพ. 3 แบบ โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมพื้นที่รวมทั้งสิ้น 5,000 ตร.ม.

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน พพ. ได้ส่งเสริมผู้ประกอบการแล้วทั้งสิ้น 171 ราย คิดเป็นพื้นที่ 21,182 ตารางเมตร โดยผู้ประกอบการมีความสนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดย พพ. จะพัฒนาและส่งเสริมให้มีการใช้ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องทุกปีตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (AEDP) เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงแอลพีจี หรือพลังงานไฟฟ้า

ตลาดหุ้นเอเซียปรับลงจับตาอังกฤษแถลงBrexit

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลดลง นักลงทุนจับตานายกฯอังกฤษแถลงแผน Brexit

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงในเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันนี้

ทั้งนี้ วิเคราะห์คาดว่านายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะเรียกร้องให้ชาวอังกฤษมีความเป็นเอกภาพในกระบวนการ Brexit ขณะที่สื่ออังกฤษคาดการณ์ว่า การแถลงของนางเมย์จะส่งสัญญาณถึงการแยกตัวออกจาก EU อย่างเด็ดขาด และส่งผลกระทบที่รุนแรง (hard Brexit)

โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 19,038.45 จุด ลดลง 56.79 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,087.03 จุด ลดลง 16.40 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 22,819.87 จุด เพิ่มขึ้น 101.72 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,301.96 จุด เพิ่มขึ้น 9.63 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,067.52 จุด เพิ่มขึ้น 3.35 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,009.92 จุด ลดลง 3.20 จุด

ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น

บริษัท ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น จากความเชื่อมั่นในการปรับลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบีย

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์น้ำมันปิดตลาดประจำวันที่ 16 มค. 2560 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 52.37 เหรียญ ส่วน น้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.41 เหรียญ มาอยู่ที่ 55.86เหรียญ โดยราคาคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียออกมายืนยันที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบตามที่ได้ตกลงไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าข้อตกลงของกลุ่มโอเปกจะสามารถผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ โดยในข้อตกลงวันที่ 30 พ.ย. 2559 ซาอุดิอาระเบียตกลงจะลดกำลังการผลิตราว 486,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบหลังจากการปรับลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเฉพาะหากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกลดลงแตะระดับค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปี นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าผลจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะเห็นได้ชัดภายในครึ่งปีแรกของปี 2560

ด้าน นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์เผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 235,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2560 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากหลุมขุดเจาะที่จะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงครึ่งปีแรก

แหล่งข่าวเปิดเผยว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของรัสเซียปรับลดลงประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงวันที่ 1-15 ม.ค. 2560 โดยรัสเซียตกลงที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวม 300,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในครึ่งปีแรกของปี 2560

กระเจี๊ยบมอญ เพชฌฆาตพยาธิตัวจี๊ด

สืบเนื่องจากคลิปที่แชร์และส่งต่อในโลกออนไลน์ถึงส้มตำมีพยาธิตัวจี๊ดนับร้อยๆ ในหนึ่งจาน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ชวนเป็นห่วงเนื่องจากเมนูนี้เป็นอาหารจากโปรดของหลายๆ คน แต่วันนี้เรามีวิธีรับมือและป้องกันมาฝากทานควบคู่กันหากยับยั้งช่างใจบ่ได้ในรสชาติแสนอร่อยง่ายๆ ด้วยสมุนไพรคู่ครัวแสนอร่อย

“กระเจี๊ยบมอญ” หรือโอคร่า กอมโบ้ เบนดี มะเขือมอญ หรือกระเจี๊ยบเขียว ตามภาษาท้องถิ่น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Abelmoschus esculentus (L.) Moench” นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารจำพวกซุป สลัด หรือรับประทานสดๆ เป็นเครื่องเคียง โดยอุดมด้วยเส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี กรดโฟลิก ธาตุแมกนีเซียม โพแทสเซียม เหล็ก แคลเซียม และแมงกานีส ที่จะช่วยป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงแผลในลำไส้ โดยกรดกาแลคทูโรนิก และกรดกลูคูโรนิก จะเข้ารวมตัวกับโปรตีน ทำให้ได้สารที่สามารถลดการเกาะติดของแบคทีเรีย บริเวณผนังบุเยื่อกระเพาะอาหาร อันเป็นเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและแผลในลำไส้เล็กแบบเรื้อรัง

นอกจากนี้ยังมีสารเพกทินช่วยในการสมานแผลภายในของสตรีหลังการคลอดบุตรให้กลับมาเป็นปกติค่ะ มีแคลเซียมสูง บำรุงกระดูก ช่วยสร้างเซลล์ผิวที่ผิวหนังไม่ให้เป็นแผลเป็น หน้าท้องไม่ลาย ผิวพรรณผุดผ่อง หากนำไปต้มหรือย่างให้สุกและรับประทานวัน เช้า กลางวัน เย็น ในปริมาณ 4-5 ลูก ต่อเนื่องเป็น เมือกแพกทินจะไปเคลือบไข่พยาธิแล้วจะทำให้พยาธิฟักออกเป็นตัวไม่ได้ก่อนจะถูกขับออกมาทางระบบขับถ่ายอีกด้วย

มะกันฮือต้าน “ทรัมป์” สาบานตน – แห่ป้องส.ส.นักสิทธิ์

บีบีซีรายงานเมื่อ 15 ม.ค. ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังโพสต์ข้อความโจมตีนายจอห์น ลูวิส ส.ส.รัฐจอร์เจีย สังกัดพรรคเดโมแครต และแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนของนายมาร์ติน ลูเทอร์ คิง วีรบุรุษนักสู้ต่อต้านการเหยียดผิว ว่านายลูอิสควรสนใจหน้าที่ ไม่ใช่ดีแต่พูด ภายหลังนักเคลื่อนไหวคนดังกล่าวว่านายทรัมป์ไม่ใช่ผู้นำประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย จุดชนวนให้ผู้สนับสนุนนายลูวิส บรรดานักการเมือง และเซเลบคนดัง ไม่พอใจแห่แสดงความคิดเห็นตำหนินายทรัมป์อย่างดุเดือด

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายลูวิสให้สัมภาษ์กับเอ็นบีซีว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของนายทรัมป์ เพราะตนคิดว่ารัฐบาลรัสเซียมีส่วนช่วยให้นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง การกระทำนี้เป็นการทำลายนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต และนายทรัมป์ไม่ใช่ผู้นำที่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมานายทรัมป์ทวีตว่า “ส.ส.จอห์น ลูวิส ควรใช้เวลาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบ ซึ่งเลวร้ายจริงๆ (ไม่ต้องพูดถึงอาชญากรรมอีกมาก) แทนที่จะมาบ่นเรื่องผิดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง ดีแต่พูดๆๆ ไม่เคยลงมือทำ ไม่มีผลงาน น่าเศร้าเหลือเกิน”

ด้านผู้สนับสนุนนายลูวิสแสดงความไม่พอใจการโจมตีของนายทรัมป์ หลายคนกล่าวว่านายลูวิสเป็นนักสิทธิที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และความเท่าเทียม ขณะที่กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนนำโดยนายอัล ชาร์ปตัน ยังเดินหน้าชุมนุมต่อต้านพิธีสาบานตนของนายทรัมป์ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 ม.ค. ท่ามกลางผู้สนับสนุนหลายพันคนที่อนุสรณ์สถานมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีสันติภาพ”

กรมชลฯเร่งระบายน้ำลุ่มปากพนังรับน้ำฝน

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำออกจากที่ลุ่มปากพนัง พร้อมเปลี่ยนคลองส่งน้ำเป็น คลองระบาย พร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนระลอกใหม่

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ มีจังหวัดที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วน นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง โดยที่นครศรีธรรมราชในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตอนล่างก่อนออกสู่ทะเล มีปริมาณน้ำคงเหลือในพื้นที่ประมาณ 340 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย กรมฯ ได้เร่งสูบและผลักดันน้ำ โดยคาดว่าใน 1 – 2 วันนี้ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จะต้องคำนึงถึงการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วย

ขณะที่อ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย โดยในพื้นที่ภาคใต้มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางประมาณ 40 แห่ง และมีปริมาณน้ำเต็มอ่างกว่า 17 แห่ง โดย กรมฯ อยู่ระหว่างบริหารจัดการ ขณะที่อ่างและเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนบางลาง ยืนยันว่า ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนหน้าที่คลองส่งน้ำชลประทาน ให้เป็นคลองระบายเพื่อที่จะพร่องน้ำออกจากพื้นที่รองรับสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ที่จะมาถึงด้วย

อาหารที่ควร-ไม่ควรกิน หากเสี่ยงเป็น “โรคเกาต์”

กรดยูริกในเลือดที่สูง นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคเกาต์,โรคนิ่ว และโรคไตอักเสบแล้ว อาจมีผลต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาหูอื้อ เสียงดังในหู และบ้านหมุนได้ โดยจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงประสาทหูและอวัยวะทรงตัวได้น้อย จึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัวได้

กรดยูริกในร่างกาย เกิดจากการสร้างขึ้นในร่างกาย ประมาณร้อยละ 80 และมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ร้อยละ 20 กรดยูริกนี้จะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ประมาณร้อยละ 67 และทางอุจจาระประมาณร้อยละ 33 การที่มีกรดยูริกในเลือดสูง เกิดจากร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากกว่าปกติ หรือรับประทานอาหารที่มีสาร “พิวรีน”สูง ซึ่งสารนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในเลือด ทำให้มีระดับกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ

ดังนั้นผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ ควรงดอาหารที่มีสารพิวรีนสูง (ข้อ 1) และลดปริมาณอาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง (ข้อ 2)

1)อาหารที่ควรงด(มีพิวรีนสูง)ได้แก่

– เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ,ตับอ่อน,ไส้,ม้าม,หัวใจ,สมอง,กึ๋น,เซ่งจี๊

– น้ำเกรวี, กะปิ, ยีสต์

– ปลาดุก, กุ้ง, หอย, ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตัน

– ปลาซาร์ดีน, ไข่ปลา

– ชะอม, กระถิน, เห็ด

– ถั่วแดง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง, ถั่วดำ

– สัตว์ปีก เช่น เป็ด, ไก่, ห่าน

– น้ำสกัดเนื้อ, ซุปก้อน

2)อาหารที่ควรลด (มีพิวรีนปานกลาง) ได้แก่

– เนื้อสัตว์ เช่น หมู, วัว

– ปลาทุกชนิด(ยกเว้น ปลาดุก, ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตัน, ปลาซาร์ดีน)และอาหาร

ทะเล เช่น ปลาหมึก, ปู

– ถั่วลิสง, ถั่วลันเตา

– ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้, หน่อไม้ฝรั่ง, ดอกกะหล่ำ, ผักโขม,สะตอ,ใบขี้เหล็ก

– ข้าวโอ๊ต

– เบียร์ เหล้าชนิดต่าง ๆ เหล้าองุ่น ไวน์(ทำให้การขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว)

3)อาหารที่รับประทานได้ตามปกติ (มีพิวรีนน้อย) ได้แก่

– ข้าวชนิดต่าง ๆ ยกเว้น ข้าวโอ๊ต

– ถั่วงอก, คะน้า

– ผลไม้ชนิดต่างๆ

– ไข่

– นมสด, เนย และเนยเทียม

– ขนมปัง ขนมหวาน หรือน้ำตาล

– ไขมันจากพืช และสัตว์

เคล็ดลับบริหารสมอง ป้องกันสมองเสื่อม

การบริหารสมอง เป็นการป้องกันโรคทางสมองที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคไมเกรน สาเหตุมาจากความเสื่อมของระบบประสาทและสมอง

ธรรมชาติของสมอง ต้องการอาหารที่จะมาช่วยให้การทำงานเป็นปกติตั้งแต่

1. ออกซิเจน สมองต้องการใช้ 20 – 25 % ของออกซิเจนทั้งหมดที่เข้าสู่ร่างกาย

2. อาหาร ควรมีไขมันประเภทโอเมก้า 3 ไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ เพราะสมองของเราก็คือก้อนไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ดี

3. ฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์ และการสร้างจินตนาการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการ

ใช้สมองอย่างต่อเนื่อง ในผู้สูงวัย น่าจะหมายถึงการสันทนาการกับครอบครัวหรือเพื่อน

4. อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ที่ต้องเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ เพราะจะมีผลกระทบต่อการป้องกันสารหลั่งที่ไม่ดี ทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีผลต่อสมอง

สำหรับการบริหารสมอง สามารถทำได้หลายวิธี และมีส่วนสำคัญที่แตกต่างกันออกไป เริ่มต้นด้วยการเติมน้ำให้สมอง เพราะสมองของเราประกอบด้วยน้ำ 85 % ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ส่งผลให้กลายเป็นคนคิดช้า ต้องดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับสมอง นอกจากนี้การจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น จะช่วยกระตุ้นความจำ

โดยการฝึกทักษะด้วยการอ่าน เขียน ฟัง พูด ตลอดจนการนั่งสมาธิ เป็นการตั้งสติที่จะทำให้สมองเข้าสู่ช่วงที่ผ่อนคลายสุดๆ ก่อให้เกิดจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าทำได้ตอนเช้าหรือก่อนนอนทุกวัน จะช่วยลดความเสื่อมของสมองได้เช่นกัน ส่วนการคลายเครียดให้สมอง ทำได้โดยให้นิ้วชี้อยู่บริเวณหัวคิ้ว และนิ้วโป้งอยู่บริเวณท้ายทอย ค่อยๆ นวดกดลงไปอย่างเบามือ สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อที่คอและหน้าคลายความตึงตัวลง

“คลอดก่อนกำหนด” ภาวะเสี่ยงที่คุณแม่ทุกคนควรระวัง

การให้กำเนิดลูกน้อยถือเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะครบกำหนดคลอดเมื่อมีอายุครรภ์ 37-41 สัปดาห์ คือประมาณ 9 เดือนโดยเฉลี่ย โดยคำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย หากทารกคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ ทางการแพทย์ถือว่าคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเกิดจากมดลูกมีการบีบตัวทำให้ปากมดลูกเปิดเด็กจึงคลอดออกมาก่อนกำหนด

การคลอดก่อนกำหนดเป็นความผิดปกติทางสูติกรรมอย่างหนึ่งและมีสถิติสูงเพิ่มขึ้นพบได้ 10 -12 % ของอัตราการคลอด เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้หญิงยุคใหม่มีแนวโน้มการตั้งครรภ์เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย

ปัญหาที่อาจขึ้นมีทั้งปัญหาด้านสุขภาพของทารก ที่การคลอดก่อนกำหนดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกเสียชีวิต มีความเสี่ยงต่อความพิการและทุพพลภาพ ปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะครอบครัวจะต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแล เนื่องจากทารกคลอดก่อนกำหนดจำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน และปัญหาของประเทศต่อไปในระยะยาว

สาเหตุของการคลอดก่อนกำหนด

ในแต่ละปีมีเด็กที่คลอดก่อนกำหนดประมาณ 15 ล้านคน หรือ ทุกๆ 1 ใน 10 ของเด็กแรกเกิดทั่วโลก โดยในประเทศไทยพบอัตราการคลอดก่อนกำหนดมากกว่า12% ของการคลอด พบมากในคุณแม่ที่อายุต่ำกว่า 17 ปีหรือมากกว่า 35 ปี มีน้ำหนักตัวน้อยมาก เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน มีมดลูกผิดปกติหรือมดลูกพิการแต่กำเนิดและคุณแม่ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต และครรภ์แฝด

การใช้ชีวิตประจำวันก็ส่งผลให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้เช่นกัน อาทิ คุณแม่ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้ชิดคนที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด การทำงานที่หนักเกินไป ความเครียด

นอกจากนี้ยังพบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ปากมดลูกหลวม และมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะก็เป็นสาเหตุการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้

วิธีตรวจหาความเสี่ยง ภาวะคลอดก่อนกำหนด

การวัดความยาวของปากมดลูกโดยการทำ Ultrasound ทางช่องคลอด เมื่ออายุครรภ์ 16-24 สัปดาห์ เป็นการตรวจสำคัญที่จะบอกถึงโอกาสเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด สำหรับสตรีที่มีความเสี่ยง สามารถป้องกันโดยการใช้ยากลุ่ม Progesterone การใส่ห่วงครอบปากมดลูก (Cervical pessary) และการเย็บปากมดลูก (Cervical cerclage) ซึ่งได้ผลดีในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นการตรวจปัจจัยเสี่ยงและการป้องกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญในสตรีตั้งครรภ์ทุกราย